

TEST REPORT
Fujifilm Finepix HS10
ฟูจิฟิล์มซึ่งมีส่วนแบ่งในตลาดกล้อง SEMI-DSLR อยู่มากเป็นอันดับต้นๆ ได้ส่งกล้อง SEMI-DSLR รุ่นล่าสุดที่จะสร้างความฮือฮาให้กับวงการกล้องดิจิตอล และจะทำให้กล้องดิจิตอลทั้งหลายที่มีอยู่ตอนนี้กลายเป็น “กล้องไดโนเสาร์” ไปเลย ด้วยการใส่เลนส์คุณภาพสูงขนาด 30X ทางยาวโฟกัส 24-720 มิลลิเมตร ซึ่งต้องพูดภาษาชาวบ้านว่าระดับซูมขนาดนี้มัน “บ้าสุดๆ” ใช้เซ็นเซอร์แบบ CMOS รุ่นใหม่ความไวสูงความละเอียด 10 ล้านพิกเซล แม้ว่าความละเอียดอาจจะดูไม่น่าตื่นเต้นเท่าไร แต่ขอบอกว่ามันสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็ว 10 ภาพต่อวินาที กับถ่ายวิดิโอระดับ Full HD ได้ด้วย คงจะเริ่มตื่นเต้นกันบ้าง เพราะความเร็วระดับนี้ กล้อง SLR ราคาครึ่งแสนยังทำไม่ได้เลย เอาเป็นว่า เรามาดูว่าเจ้ากล้อง Fujifilm FinePix HS10 มันทำอะไรกันได้บ้าง
Sony 450
จนถึงบัดนี้ คงไม่มีใครพูดแล้วว่า Sony ไม่สนใจทำตลาดกล้อง DSLR จริงจังนัก เพราะในระยะเวลาเพียง 8 เดือน Sony ได้ออกกล้อง DSLR ใหม่รวดเดียวถึง 7 รุ่น!!! ไล่เรียงมาตั้งแต่อนุกรม 8xx สำหรับช่างภาพระดับมืดอาชีพและมือสมัครเล่นที่จริงจัง อนุกรม 2xx และ 3xx อย่าง 230 330 และ 380 ที่เน้นให้ขนาดกล้องเล็กเหมาะสำหรับคุณสุภาพสตรีและผู้ที่เพิ่งเปลี่ยนจากกล้อง Compact มาใช้ DSLR และกล้องตระกูล 5xx คือ 500 และ 550 ที่เน้นสำหรับผู้ที่ใช้งานระดับเริ่มต้นไปถึงระดับกึ่งจริงจัง ซึ่งเป็น Segment หลักในการขายเลยก็ว่าได้ และเพื่อปิดจุดบอดของตัวเอง สร้างทางเลือกให้กับผู้ใช้ได้มากขึ้น และสร้างแรงกดดันให้กับคู่แข่งในตลาด Sony ได้ทำการออกกล้องในตระกูล 4xx คือ Alpha 450 ที่มีระบบการทำงานใกล้เคียงกับตระกูล 5xx แต่ราคาถูกกว่า ซึ่งเป็นกล้องที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้ครับ
Panasonic Lumix FH20
“ถ้าคุณอยากมีภาพถ่ายสวยๆ ไว้อวดเพื่อน หรือเก็บภาพความอบอุ่นในครอบครัว แต่ไม่ชอบเทคโนโลยีที่ยุ่งยาก และการตั้งค่าที่ซับซ้อน คุณคือ Lumix Easy กล้องดิจิตอลที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะและเลนส์มุมกว้าง ให้ทุกการบันทึกเป็นเรื่องง่ายด้วยโหมด iA”
นิยามของความง่าย ที่ทางพานาโซนิค ได้แบ่งไว้อย่างชัดเจน ในกล้องรุ่นต่างๆ ตั้งแต่ Lumix Pro, Lumix Trendy, Lumix Explorer และ Lumix Easy ที่เน้นความสะดวก สบายในการใช้งาน แต่ยังคงคุณภาพไว้ไม่แพ้รุ่นพี่ๆ
Ricoh GXR
กล้องในตระกูล G ของ Ricoh นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นกล้องในระดับพรีเมี่ยมคุณภาพสูง มาตั้งแต่ยุคกล้องฟิล์ม จากสายพันธ์ของกล้องคอมแพคฟิล์มระดับไฮเกรด ที่สืบทอดจนเข้าสู่ยุคกล้องดิจิตอลมาจนถึงรุ่น GR ในที่สุด Ricoh ได้นำเสนอกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ฉีกแนวออกไป นอกจากจะเป็นกล้องคอมแพคที่เปลี่ยนเลนส์ได้แล้ว ยังเป็นเลนส์ที่มีเซ็นเซอร์รับภาพในตัวอีกด้วย ด้วยการใช้เซ็นเซอร์ที่เหมาะสมกับเลนส์ แต่ละตัวจึงได้คุณภาพสูงสุด ทั้งความคมชัด และสีสันยอดเยี่ยม GXR คือตำนานใหม่ของกล้องที่เปลี่ยนเลนส์ได้พร้อมๆ กับการเปลี่ยนเซ็นเซอร์ได้ด้วยในคราวเดียวกันวัสดุที่ใช้ทำตัวกล้อง และชุดเลนส์ที่ใช้นั้นล้วนมีคุณภาพสูง ประกอบอย่างประณีตมาก
PHOTO TECHNIC
Master of Light Metering
ปกติหากจำเป็นต้องปรับภาพ ผมมักจะใช้โปรแกรมของกล้อง คือ Nikon Capture NX2 ปรับตั้งก่อน แล้วแปลงภาพเป็นไฟล์ TIFF 16 Bit จากนั้นค่อยไปปรับที่เหลือในโปรแกรม Photoshop เหตุเพราะผมลองแปลงภาพ RAW ด้วย Photoshop แล้วต้องมีการปรับแก้เยอะมาก สีไม่ค่อยแม่นยำเท่าไรนัก จึงใช้ Nikon Capture NX2 เป็นหลักก่อน แล้วใช้ Photoshop อีกที เราลองมาดูตัวอย่างภาพแต่ละแบบว่ามีการปรับแก้อะไรบ้าง แล้วได้ภาพสุดท้ายเป็นอย่างไร
TRAVEL
ลานตา ลันตา
การเดินทางสู่เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ถ้าจะเดินทางไปเองด้วยรถส่วนตัว สามารถเดินทางจากกรุงเทพมหานคร ด้วยเส้นทาง ถนนพระราม 2 ทางหลวงหมายเลข 35 ไปทางสมุทรสาคร ผ่านสมุทรสงคราม เข้าเพชรบุรี เข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 4 ตียาวผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึง จังหวัดชุมพร เข้าทางหลวงหมายเลข 41 ถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 44 ต่อไปจนบรรจบ ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดกระบี่ ไปแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4206 สุดทางที่ บ้านหัวหิน ซึ่งเป็นท่าเทียบแพขนานยนต์ สำหรับข้ามฟากไปยังเกาะลันตา สามารถนำรถขึ้นเรือเพื่อไปยังเกาะได้เลย การนำรถต่อเรือข้ามฟากไปเกาะลันตา ข้ามฟากครั้งแรกไปยังท่าเทียบเรือคลองหมาด เกาะลันตาน้อย แล้วจึงข้ามต่อไปที่ท่าเทียบเรือบ้านหลังสอด เกาะลันตาใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ที่เป็นจุดหมายปลายทาง รวมระยะทางประมาณหนึ่งพันกิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 12 ชั่วโมง รวมการพักรับประทานอาหาร
ลุยส่งท้ายปีเก่าที่
สุโขทัย-แม่ตะมาน-อินทนนท์-ขุนวาง-แม่จอนหลวง
เรามาถึงดอยอินทนนท์เกือบ 4 ทุ่ม เราจะพักกันที่ดอยชัวร์ย่า เป็นพื้นที่ที่ชาวเขาจัดไว้สำหรับให้นักท่องเที่ยวมากางเต็นท์ อยู่บนเส้นทางที่จะไปขุนวาง มีห้องน้ำ บ้านพักเป็นหลังๆ มองเห็นน้ำตกศิริภูมิชัดเจน รอบข้างเป็นแปลงดอกไม้ของชาวเขาที่ปลูกส่งให้กับโครงการหลวง ตอนกลางคืนทิวทัศน์จะสวยมาก มีการเปิดไฟที่แปลงดอกไม้สว่างไสวไปทั่ว และนักท่องเที่ยวไม่เยอะมาก ส่วนมากจะไปกางเต็นท์ที่ทำการก่อน พอที่ทำการคนแน่นถึงจะล้นมาที่ดอยชัวร์ย่า ค่าบริการคืนละ 30 บาทต่อคน เก็บตังค์บ้างไม่เก็บบ้างแล้วแต่สะดวก





