| ดัชนีบทความ |
|---|
| ถ่ายภาพ Fashion ในสตูดิโอ |
| หน้า 2 |
| ทุกหน้า |
การถ่ายภาพในสตูดิโอแฟชั่นแบบมืออาชีพเขามีกระบวนการการทำงานในการถ่ายทำแฟชั่นในสตูดิโอกันยังไงบ้าง
เนื่องด้วยผมได้มีโอกาสได้ทำงานชุดหนึ่งให้ห้องเสื้อที่ New York แห่งหนึ่งซึ่งเป็นการถ่ายแฟชั่นในสตูดิโอเพื่อใช้ในการโฆษณา
การทำงานของชุดนี้เริ่มต้นด้วย pre production ซึ่งเป็นการวางแผนการทำงานก่อนเริ่มถ่ายโดยการกำหนด concept และ theme ของงานชุดนี้ก่อน ซึ่งส่วนนี้ถือเป็นส่วนที่สำคัญมากส่วนหนึ่ง เพราะเป็นการควบคุมการทำงานทั้งหมด ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย เวลาในการถ่ายทำ และอื่นๆ ถ้าเกิดมีการวางแผนในการทำงานที่ดีก็จะส่งผลทำให้เราสามารถทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ผลลัพธ์ของงานถ่ายภาพก็จะออกมาดีเช่นกัน กระบวนการของ pre production เริ่มต้นจากการสรุป concept ที่จะนำเสนอและถ่ายทอดออกมาบนภาพถ่าย โดยการดูจากเสื้อผ้าที่จะนำเสนอโดยชุดนี้ค่อนข้างจะเป็นในรูปแบบของเสื้อผ้าที่ทันสมัยนำแฟชั่น ดังนั้นแล้ว concept ที่นำเสนอของชุดนี้จะเป็น Trendy style เพราะว่าเสื้อผ้าที่นำเสนอเป็นเสื้อผ้าที่มีความแปลกใหม่บนความเรียบง่ายของเสื้อผ้า ซึ่งเสื้อผ้าแต่ละชุดก็มีจุดเด่นในตัวมันเองอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นส่วนที่ทำให้เราสามารถถ่ายภาพออกมาได้ง่ายขึ้น ส่วนต่อมาคือเรื่องของนางแบบที่จะนำเสนอเสื้อผ้า งานชุดนี้นำเสนอเฉพาะเสื้อผ้าของผู้หญิงดังนั้นแล้วจึงใช้นางแบบเพียงอย่างเดียว โดยมีการเลือกนางแบบที่มีสัดส่วนที่ดีและมีความเป็นสากล เช่นนั้นแล้วทางทีมงานจึงเลือกนางแบบซึ่งเป็นผู้หญิงจากประเทศรัสเซียเพราะว่ารูปชุดนี้ต้องการจะนำเสนอความเป็นสากล และเป็นห้องเสื้อที่ New York ด้วย รวมถึงนางแบบต่างประเทศจะมีสัดส่วนที่สูงโปร่งและเหมาะสมแก่การนำเสนอของเสื้อผ้าชุดนี้มาก ๆ

การเลือกนางแบบนั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญอีกสิ่งหนึ่งเลยทีเดียว เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้ช่างภาพอย่างเราๆ สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะนางแบบที่เป็นมืออาชีพนั้นจะมีความสามารถในการนำเสนอเรื่องของเสื้อผ้ากับอารมณ์ได้ดี อีกทั้งสามารถโพสท่าได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วทำให้เราไม่เหนื่อยมากกับการทำงานพอทุกอย่างลงตัวแล้วเราก็มากำหนดวันถ่ายทำ เพื่อนัดกับทางทีมช่างแต่งหน้า-ทำผม รวมถึง stylist ซึ่งทีมงานเหล่านี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะพวกเขาคือคนที่เติมเต็มให้ภาพที่เราถ่ายนั้นออกมาสมบูรณ์ การแต่งหน้าทำผมนั้นต้องคำนึงถึงหน้าตาของนางแบบและชุดที่จะนำเสนอด้วยเพราะไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะส่งผลให้ภาพถ่ายที่เราถ่ายทอดออกดูไม่สมบูรณ์และขัดตาเป็นอย่างมาก นี่คือสาเหตุที่ทำให้ stylist ช่างแต่งหน้าทำผมมีความสำคัญไม่แพ้ช่างภาพเหมือนกัน ต่อมาคือส่วนของ production ซึ่งถือเป็นช่วงที่นับได้ว่าสำคัญที่สุดเพราะเป็นช่วงของการถ่ายทำ เพราะงานจะออกมาดีหรือไม่ดีอยู่ที่ส่วนนี้เลย
ในช่วงนี้เราจะต้องคำนึงถึงการวางแผนซึ่งเราทำเอาไว้ในส่วนของ pre production ให้มากที่สุด และควรจะต้องทำตามในสิ่งที่เราวางแผนเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเพราะถ้าเราไม่สามารถทำได้ตามที่เราวางแผนเอาไว้แน่นอนที่สุดสิ่งต่างๆ ที่จะตามมาเลยก็คือเรื่องของการเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย การทำงานชุดนี้ผมถ่ายในสตูดิโอและทางลูกค้ามีการหาภาพตัวอย่างแฟชั่นที่ต้องการจะนำเสนอ ซึ่งผมว่าเป็นสิ่งที่ดีมากในการทำงาน เพราะมันทำให้ทั้งช่างภาพและทางลูกค้าทำงานกันได้ง่ายขึ้นและเข้าใจได้ตรงกัน ชุดนี้ผมแบ่งการถ่ายออกเป็นสองช่วง โดยจัดไฟใหม่สองครั้งเพื่อให้ภาพที่ออกมาแตกต่างในเรื่องอารมณ์ของแสงโดยใช้ไฟทั้งหมด 5 ดวง ชุดแรกที่ผมถ่ายคือนำเสนอออกมาในรูปแบบที่เน้นเรื่องของเสื้อผ้า โดยการจัดไฟออกมาให้ค่อนข้างเคลียร์ และให้นำเสนอเสื้อผ้าออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งผมเองจัดไฟยิงที่ฉากสองดวงเพื่อให้ฉากสว่างและส่งผลทำให้ตัวแบบลอยออกมาจากฉากได้อย่างชัดเจน ใช้อีกดวงหนึ่งเพื่อสร้าง hair light บริเวณเส้นผม และอีกสองดวงสุดท้าย ใช้กับ soft box และใช้ยิงด้านข้างทั้งสองฝั่งของตัวแบบเพื่อทำให้ภาพเคลียร์และเห็นรายละเอียดให้มากที่สุด ส่วนชุดที่สองที่ผมถ่ายนั้นผมใช้ไฟเพียงแค่สองดวง เล่นกับshade and shadow มากขึ้นทำให้ภาพดูมีมิติมากขึ้น ถ้าเกิดสังเกตจากการจัดไฟทั้งสองชุดจะทราบได้เลยว่าการจัดไฟนั้นส่งผลต่ออารมณ์ของภาพมากๆ เพราะภาพที่ถ่ายมาชุดแรกกับชุดที่สองนั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ชุดที่สองที่ผมถ่ายใช้ไฟดวงหนึ่งเพื่อสร้าง hair light และอีกดวงหนึ่งใส่ soft box ใช้เป็นคีย์ light ยิงที่ตัวของนางแบบ สิ่งต่อมาในช่วงของการ production ที่เราจะต้องระลึกไว้เสมอคือการนำเสนอเรื่องของเสื้อผ้าออกมาให้ได้ดีที่สุด สิ่งหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมจุดนี้คืออารมณ์ของหน้าแบบที่นำเสนอออกมาบนใบหน้าเพราะว่าการถ่ายภาพที่มีคนเข้ามาร่วมด้วยนั้นสิ่งที่จะสื่อถึงคนดูได้ก่อนเลยก็คืออารมณ์ของนางแบบ เพราะคนที่มาดูภาพหรืองานของเรานั้นสิ่งแรกที่สื่อสารระหว่างคนดูกับภาพก็คือตัวของนางแบบก่อนที่จะมาเป็นเสื้อผ้าดังนั้นแล้วถ้าเกิดนางแบบของเราสามารถที่จะถ่ายทอดอารมณ์ออกมาบนใบหน้าได้ จะทำให้คนที่ดูภาพเข้าใจและเข้าถึงอารมณ์และสิ่งที่เราอยากจะนำเสนอบนภาพถ่ายได้ง่ายขึ้น ซึ่งจุดนี้ก็ขึ้นอยู่กับนางแบบและช่างภาพว่าจะสามารถทำให้นางแบบนั้นดึงอารมณ์ออกมาได้มากแค่ไหน

ส่วนสุดท้ายก็คือ Post production เป็นส่วนที่เติมเต็มรูปมากที่สุด เพราะการ Finishing file ทําให้ภาพเหล่านั้นออกมาสมบูรณ์ที่สุด เพราะบางภาพเราไม่สามารถจะถ่ายได้ใน shot เดียวจะต้องอาศัยการถ่ายภาพหลาย shot แล้วมารีทัชกันทีหลัง ในกระบวนการ process file นั้นมีหลายส่วนไม่ว่าจะเป็นการปรับอุณหภูมิของแสง ความสว่าง contrast saturation ของสี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำตามใจของคนปรับไม่ได้ต้องดูถึงเรื่องของconcept ด้วยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาตรงตามที่วางเอาไว้

ส่วนต่อมาคือเรื่องของการรีทัช งานแฟชั่นส่วนใหญ่ความสำคัญในการรีทัชอยู่ที่การปรับ proportion ของร่างกายและการลบริ้วรอยต่างๆ บนผิวและใบหน้าเป็นส่วนใหญ่การปรับ proportion ของร่างกายไม่ว่าจะเป็นการปรับลดต้นแขนต้นขา ปรับช่วงขาให้ยาวขึ้นและส่วนอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันนี้มันไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับการใช้ photo shop ในการทำเรื่องเหล่านี้แต่สิ่งที่ยากก็คือการปรับออกมาให้ถูก scale และทำให้ภาพนั้นไม่หลอกตา ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญมากในการปรับเลยทีเดียวก็ว่าได้ ข้อแนะนำในจุดนี้คือการดูหนังสือเรื่องของสัดส่วนของคนเยอะๆ ดูภาพเยอะๆ และต้องอย่าลืมที่จะฝึกฝนบ่อยๆ ด้วยนะครับ เพราะต่อให้เราดูเยอะแค่ไหนแต่ถ้าหากขาดการฝึกฝนมันก็ศูนย์เปล่าได้เช่นกัน ต่อมาคือการรีทัชในส่วนของใบหน้าของแบบ สิ่งเหล่านี้คงจะเป็นสิ่งที่ทุกๆ คนถนัดอยู่แล้วแต่บางครั้งแล้วการถ่ายภาพแนวนี้ก็ต้องระวังเช่นกัน เพราะว่าการที่เรารีทัชจนเนียนใส ไร้ริ้วรอยบางครั้งมันไม่เป็นผลดีเท่าไหร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ Concept ของงานและสิ่งที่จะนำเสนอเพราะการที่เรารีทัชให้มันไม่เนียนมากนักมันทําให้งานของเราดูจริงไม่หลอกตาจนเกินไป

ผมหวังว่าเรื่องนี้คงเป็นประโยชน์และช่วยไขข้อสงสัยให้ใครหลายๆ คนที่อยากจะเข้ามาทำงานสายนี้หรือเรียนรู้เกี่ยวกับงานสายอาชีพได้ไม่มากก็น้อยนะครับ งานสายนี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างจะละเอียดอ่อน และใช้ประสบการณ์ค่อนข้างจะสูง สิ่งหนึ่งที่สามารถจะทำให้เราเรียนรู้ได้เร็วมากขึ้นก็คือการดูนิตยาสารที่เกี่ยวกับการถ่ายแฟชั่นเยอะๆ เพราะงานที่ช่างภาพแต่ละคนนำเสนอนั้นก็มีความหลากหลายและแตกต่างกันออกไป ดังนั้นถ้าเราลองวิเคราะห์จากงานที่ช่างภาพมืออาชีพเหล่านั้นได้ถ่ายทอดออกมาก่อนถือเป็นการเรียนรู้ที่ดีและเร็วด้วยนะครับ





