Camerart Magazine

You are here: Home เทคนิคถ่ายภาพ เทคนิคการถ่ายภาพ ศิลปะแนวเหนือจริง

ศิลปะแนวเหนือจริง

ในเรื่องของการถ่ายภาพ โดยส่วนมากเรามักจะพูดคุยกันในเรื่องของอุปกรณ์ เทคนิคต่างๆ ที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพ น้อยครั้งที่เราจะพูดคุยกันในเรื่องทางฝั่งศิลปะ การวางองค์ประกอบ มุมมอง แนวคิด

ผมจึงอยากนำเอาเรื่องราวทางด้านนี้มาบอกเล่าให้กับทุกๆ คนได้อ่านกัน ซึ่งก็ได้เริ่มมาหลายฉบับแล้ว มาถึงฉบับนี้เราจะมาว่ากันถึงศิลปะอีกรูปแบบหนึ่งที่นับว่าเหมาะสมมากกับยุคดิจิตอล ศิลปะแนวนี้ก็คือ ศิลปะ Surrealism ศิลปะแนวเหนือจริง

        เซอร์เรียลลิสต์ซึ่ม (Surrealism) เป็นศิลปะที่ว่ากันด้วยเรื่องของ การถ่ายทอดภาพจากจิตใต้สำนึก ความเพ้อฝัน ความแปลกแยกโดดเดี่ยว ฯลฯ มีศิลปินที่ถ่ายทอดผลงานแนวนี้มากมาย เช่น Jean Arp, Max Ernst, Giorgio de Chirico, Man Ray, Joan Miro, Rene Magritte แต่ที่มีชื่อเสียงและคุ้นตามากที่สุดก็น่าจะเป็น ซาลวาดอร์ดาลี (Salvador Dali) ศิลปินเซอร์เรียลลิสต์ชาวสเปน บุคลิกเพี้ยนๆ ที่มีผลงานได้รับการยอมรับไปทั่วโลก ทั้งในวงการศิลปะทัศนศิลป์, การแสดง, กราฟิกดีไซน์, ออกแบบตกแต่งภายนอก-ภายใน, จนไปถึงผลงานทางภาพยนตร์

          Surrealism ลัทธิศิลปะเหนือจริง เริ่มขึ้นตอนต้นของศตวรรษที่ 20 ในประเทศฝรั่งเศส มีรูปแบบรากฐานมาจากกลุ่มดาด้า (Dada) โดยนักทฤษฎีหลักประจำกลุ่มก็คือ อองเดร เบรตง มีจุดหมายอยู่ ที่การคลี่คลายสภาพอันขัดแย้งระหว่างระยะห่างของความฝันและความเป็นจริง โดยถ่ายทอดออกมาในงานศิลปะด้วยวิธีต่างๆ กัน เช่น สร้างภาพซึ่งดูเหนือจริงหรือถึงขั้นหลอน หรือพัฒนาเทคนิคด้านภาพที่จะช่วยถ่ายทอดความฝันหรือจิตใต้สำนึกออกมา งานของกลุ่มนี้จึงมักเกี่ยวข้องกับทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของซิกมันต์ ฟรอยด์ที่ว่า มนุษย์ทุกคนอยู่ภายใต้อิทธิพลของจิตไร้สำนึก ซึ่งเราฝังความอยากอันมิได้ขัดเกลาเอาไว้ จนทำให้รู้สึกว่าความป่าเถื่อนยังมิได้หายไปจากมนุษย์ หากแต่หลบอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ

         ศิลปินกลุ่มนี้กล่าวว่า ความรู้สึกของมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าท่านรู้สึกอย่างไร จงแสดงออกทันที อย่าสกัดกั้นเอาไว้ เพราะมันจะฝังอยู่ใต้จิตสำนึก และจะเป็นอันตรายต่อตัวท่านเอง จากคำกล่าวของลัทธินี้ ทำให้ทราบว่าลัทธินี้เกี่ยวข้องกับจิตไร้สำนึก ซึ่งเป็นระยะพอดีกับที่นายแพทย์ ซิกมันด์ ฟรอย์ (1856-1934) ประกาศทฤษฎีด้านจิตวิทยาอยู่ในยุโรปพอดี นับว่า ซิกมันด์ ฟรอย์ มีส่วนช่วยให้ลัทธิเซอร์เรียลลิสม์ มีอิทธิพลต่อวงการมาก

         ศิลปะแนวเซอเรียลิสม์ มีความหมายว่า เหนือความจริง เพราะศิลปะแนวนี้ถ่ายทอดเรื่องราวเหนือธรรมชาติ ถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในความฝันออกมา งานเซอเรียลิสม์มีความสำคัญอยู่ที่ การแสดงออกของจิตใต้สำนึกอย่างอิสระ-ปราศจากการควบคุมของเหตุผล มีความฝันและอารมณ์ จินตนาการ ค่อนข้างโน้มเอียงไปในทางกามวิสัย หลักการของเซอเรียลิสม์คือ จินตนาการเป็นส่วนสำคัญของการแสดงออก จินตนาการคือจิตไร้สำนึก และจิตไร้สำนึกเป็นภาวะของความฝัน ที่มีขบวนการต่อเนื่องกันซึ่งนำไปสู่การสร้างสรรค์งานศิลปะได้ สิ่งที่เราเห็นจากโลกภายนอกขณะตื่น เป็นเพียงปรากฏการณ์ ทางการแทรกแซงความงามของพวกเขาคือความมหัศจรรย์ ความมหัศจรรย์เพียงอย่างเดียวที่สามารถสร้างศิลปะให้สมบูรณ์ได้ และยังให้ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความหมายต่อความรู้สึกของมนุษย์


สำหรับทางด้านถ่ายภาพ มีศิลปินช่างภาพที่สร้างผลงานในแนวเซอเรียลิสม์ อย่าง Philippe Ramette (http://www.xippas.com/fr/artiste/philippe_ramette), Dave Hill (http://www.davehillphoto.com), Jill Greenburg (http://www.manipulator.com), jerry N. uelsman (http://www.uelsmann.net/), Rodneysmith คนนี้ดังพอสมควรเคยมาแสดงผลงานที่เมืองไทยด้วย http://www.rodneysmith.com ถ้าสนใจสามารถเข้าไปชมผลงานของพวกเขาได้นะครับ ส่วนมากช่างภาพเหล่านี้ จะสร้างสรรค์ผลงานด้วยฟิล์มซึ่งได้ให้ความสำคัญไปที่การเตรียมการก่อนการถ่ายภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกหาสถานที่ ที่น่าสนใจ การเซตฉากขึ้นใหม่ และอะไรๆ อีกหลายอย่าง แต่โดยมากนั้น เกือบทุกคน มีเพียงกล้อง 35 มม. เลนส์ทางยาวโฟกัสปกติธรรมดา และแสงที่พวกเขาให้ความสำคัญกับมัน

          ในสมัยที่การถ่ายภาพยังเป็นระบบฟิล์มอยู่นั้น การถ่ายภาพสไตล์ Surrealism ให้ได้อย่างที่ตั้งใจนั้น เทคนิคสำคัญอยู่ที่การวางมุมกล้อง ไอเดียในการสร้างสรรค์ ที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะการใช้เทคนิคการถ่ายภาพซ้อน การใช้สารเคมีในห้องมืด การจัดถ่าย หรือแม้แต่การตกแต่งภาพ ซึ่งจะต่างกันเล็กน้อยในยุคของดิจิตอล ที่เรามีโปรแกรมตกแต่งภาพถ่ายที่ทำให้เราสร้างผลงานได้หลากหลายและง่ายดายมากยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่เทคนิควิธีการเหล่านั้น แต่อยู่ที่เนื้อหา ที่เราต้องการสื่อบนภาพของเรามากกว่าว่าเราสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดีแค่ไหน การใช้เทคนิคห้องมืด การถ่ายซ้อน หรือการตกแต่งไฟล์ด้วยโปรแกรมเป็นเพียง ช่องทาง ที่เราเลือกใช้เท่านั้น


        สำหรับพวกเราที่ถ่ายภาพในยุคดิจิตอลนั้น เราสามารถนำเอาความพิถีพิถันในการทำงานของระบบฟิล์มและความอิสระในการปรับแต่งของระบบดิจิตอล มาใช้ในการสร้างผลงานควบคู่กันไปได้ การถ่ายภาพสไตล์ศิลปะ Surrealism เราจะต้องมีการวางแผนงานก่อนที่จะถ่ายอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นการหาสถานที่ที่จะใช้ถ่ายทำหรือแม้แต่ทิศทางแสง ถึงแม้ว่าเราจะมีโปรแกรมตกแต่งภาพมาช่วยก็ตามที แต่ถ้าหากว่าทิศทางแสงที่ไม่ตรงกันของวัตถุต่างๆ ก็ทำให้ภาพขาดซึ่งอารมณ์ และความรู้สึกอย่างที่เราต้องการได้ แต่ในบางครั้ง ภาพบางภาพก็อาจจะไม่เกิดจากการวางแผนเตรียมการแต่อย่างใด แต่เกิดจากความรู้สึกชั่วขณะนั้น ที่เรามีอยู่กับสถานที่นั้นๆ วัตถุเหล่านั้นก็อาจจะเป็นได้ ทั้งนี้เราต้องไม่ลืมถึงหัวใจหลักของ Surrealism นั่นก็คือ ความเหนือจริงนั่นเอง