Camerart Magazine

You are here: Home เทคนิคถ่ายภาพ เทคนิคการถ่ายภาพ เทคนิคการถ่ายภาพซ้อน

เทคนิคการถ่ายภาพซ้อน

ณ เวลานี้การถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล ทำให้อะไรๆ ช่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น เราสามารถถ่ายภาพได้สะดวกขึ้น รวมทั้งมีโปรแกรมตกแต่งภาพถ่ายมาให้ใช้งาน

การทำภาพแบบสร้างสรรค์ด้วยคอมพิวเตอร์นั้นมีเพิ่มมากขึ้น และตอบสนองจินตนาการของเราได้มากยิ่งขึ้นด้วยนะครับ
            สิ่งเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดก็คือ มีเทคนิคการถ่ายภาพเก่าๆ หลายอย่าง ที่เริ่มห่างหายไป หรือมีผู้นำมาใช้น้อยลง อย่างเช่น เทคนิคการถ่ายภาพซ้อน แบบ Double Exposure หรือ Multiple Exposure น้อยคนนักที่จะถ่ายภาพซ้อนจากกล้องดิจิตอล โดยมากจะถ่ายภาพ 2 เฟรม แล้วนำไปตัดแปะด้วยโปรแกรมกันเสียมากกว่า ทั้งที่อันที่จริงแล้ว ในกล้องดิจิตอลนั้นก็มีฟังก์ชั่นที่สามารถถ่ายภาพซ้อนมาให้ในเมนูถ่ายภาพอยู่แล้ว
            แต่การถ่ายภาพซ้อนจากกล้องนั้นในบางครั้งเราก็ไม่สามารถที่จะกำหนดวัตถุต่างๆ ให้อยู่ในตำแหน่งที่เราต้องการได้ 100% นัก สู้ทำผ่านโปรแกรมตกแต่งภาพไม่ได้ แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่สามารถสร้างสรรค์ภาพจากเมนูการถ่ายภาพซ้อนจากกล้องได้ และฉบับนี้ผมจึงหยิบเอาเทคนิคการถ่ายภาพซ้อน โดยใช้เมนูถ่ายภาพซ้อนที่มีอยู่ในกล้องมาลองใช้งานถ่ายภาพแบบสร้างสรรค์ดูว่าจะให้ผลงานแบบใดได้บ้าง
การซ้อนแบบ Double Exposure หรือ Multiple Exposure

         การซ้อนแบบ Double Exposure นั้น เป็นการถ่ายภาพซ้อน 2 ครั้ง โดยจะทำการวัดแสงแล้วชดเชยแสงให้ติดไปทาง under เพราะการถ่ายภาพซ้อน 2 ครั้งนั้นปริมาณแสงที่ตกลงบนเซ็นเซอร์รับภาพจะมากกว่าปกติทำให้ได้ภาพที่สว่างกว่าปกติตามไปด้วย ส่วนการซ้อนแบบ Multiple Exposure นั้น คือการซ้อนมากกว่า 2 ครั้งนั่นเอง ซึ่งการชดเชยแสงจะต้องพิถีพิถันมากกว่าแบบ Double Exposure และมีการวางแผนการถ่ายมากกว่าด้วย สำหรับการถ่ายภาพซ้อนนั้นมีอยู่ด้วยกันหลากหลายรูปแบบเราสามารถเลือกสร้างสรรค์ได้ตามแต่จินตนาการของเราครับ

ถ่ายภาพซ้อนบนฉากหลังดำ
            การถ่ายภาพซ้อนบนฉากหลังสีดำ เป็นวิธีที่จะได้ภาพที่มีคุณภาพ คุณภาพในที่นี้หมายถึงว่าจะไม่เห็นการเหลื่อมของภาพ 2 ภาพที่ซ้อนกันเหมือน 2 วิธีข้างต้น ก่อนการถ่ายภาพเราต้องวางแผนเสียก่อนว่าจะถ่ายภาพแรกให้วัตถุอยู่ส่วนไหนในภาพ และภาพที่ 2 วัตถุจะวางไว้ตรงไหน วิธีนี้ไม่ต้องทำการชดเชยแสงเพราะภาพทั้ง 2 ภาพ ไม่ได้ซ้อนทับบนพื้นที่เดียวกัน ปริมาณแสงจึงไม่ได้มากเกินปกติ

ถ่ายภาพซ้อนแบบปกติ
            การถ่ายภาพซ้อนแบบนี้ง่ายที่สุดในขั้นตอนการถ่าย แต่จะให้ภาพที่สวยงามหรือไม่นั้น คงจะยากอยู่สักหน่อย ในการถ่ายภาพนั้นเราไม่ต้องวางแผนอะไรมาก เพียงแค่เข้าไปในเมนูการถ่ายภาพซ้อนของกล้อง แล้วชดเชยแสงไปทาง Under สัก 1 stop ลักษณะภาพที่เลือกถ่ายด้วยเทคนิคนี้ ควรเลือกถ่ายวัตถุที่มีลักษณะเฉพาะ เช่นเน้นที่เส้นสาย รูปร่าง หรือพื้นผิว ภาพที่ได้จะเป็นลักษณะของความซ้ำซ้อน ความเหลื่อมล้ำ


ถ่ายภาพซ้อนแบบเปลี่ยนทางยาวโฟกัส
            การถ่ายภาพซ้อนแบบเปลี่ยนทางยาวโฟกัส ก็คือการเปลี่ยนช่วงซูมนั่นเอง เราจะได้ภาพที่มีขนาดภาพ 2 ขนาดในภาพเดียว การชดเชยแสงก็เหมือนเดิมคือชดเชยไปทาง Under แต่ในการถ่ายภาพแบบนี้ให้สวยงามนั้นจะต้องมีการวางแผนล่วงหน้านิดหน่อย โดยมากผมมักจะเลือกถ่ายกับภาพ portrait โดยจะถ่ายภาพแรกแบบใกล้ๆ โคสอัพไว้ให้ติดเส้นผม แล้วภาพที่ 2 ก็เป็นเต็มตัวหรือครึ่งตัว วางตำแหน่งไว้ตรงบริเวณเส้นผมนั่นแหล่ะ ซึ่งโดยมากจะชดเชยแสงติด Under ประมาณ ไม่ถึง 1 stop เพราะบริเวณเส้นผมสีดำนั้นจะเหมือนเป็นมาร์คให้สามารถบันทึกภาพอีกภาพได้อยู่แล้ว

ถ่ายภาพซ้อนแบบบังพื้นที่บางส่วน

            การถ่ายภาพซ้อนแบบบังพื้นที่บางส่วน จะต้องมีอุปกรณ์เสริมอีกหนึ่งอย่างนั่นก็คือ กระดาษสีดำขนาดกว้างยาวที่บังหน้าเลนส์ของเราได้ เพราะเราจะนำมาบังไว้หน้าเลนส์เวลาถ่ายภาพ โดยการบังอาจจะเลือกบังครึ่งหนึ่งของเลนส์ทั้งแนวตั้งหรือทางแนวนอนก็ได้ วิธีนี้ก็ไม่ต้องชดเชยแสงเช่นกัน แต่ควรเลือกวัตถุที่จะถ่ายด้วยว่าเหมาะสมกันมากน้อยเพียงใดเพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นภาพคนล่ะภาพกัน


ถ่ายภาพซ้อนแบบเปลี่ยนระยะโฟกัส

            การถ่ายภาพซ้อนแบบเปลี่ยนระยะโฟกัส ก็คือการถ่ายภาพที่มีทั้งชัดและเบลอนั่นเอง ลักษณะภาพที่ได้จะดูฟุ้งๆ นุ่มนวลเหมือนผ่านฟิลเตอร์ Soft เลยมีการนำเอาเทคนิคนี้มาใช้กับภาพดอกไม้กันมาก วิธีการถ่ายภาพนั้น เราจะทำการถ่ายภาพแรกให้โฟกัสชัดก่อน แล้วภาพที่ 2 นั้นให้ปรับโฟกัสให้เบลอ โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนขนาดและมุมภาพ แนะนำว่าควรตั้งกล้องบนขาตั้งกล้องจะดีที่สุด ส่วนการชดเชยแสงนั้น ชดเชยไปทาง Under 1-11/2 stop

            ในการถ่ายภาพซ้อนแบบ Double Exposure นั้น เราสามารถสร้างสรรค์ภาพได้มากกว่าที่ผมยกตัวอย่างไปนี้ เช่นการใส่ฟิลเตอร์สี หรืออื่นๆ ข้อสำคัญคือการวางแผนงานล่วงหน้าก่อนถ่าย เลือกวัตถุ (subject) ที่เราจะถ่าย และการชดเชยแสงที่แม่นยำ แต่เราถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลอยู่แล้ว เราสามารถ preview ภาพดูก่อนได้ ว่าชดเชยแสงผิดพลาดไปอย่างไรแล้วทำการถ่ายภาพแก้ไขใหม่ได้สะดวกกว่าใช้ฟิล์มตั้งเยอะเชียวครับ