
เมื่อเราถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล แล้วนำภาพมาโหลดลงคอมพิวเตอร์ เราตกแต่งภาพด้วยคอมพิวเตอร์ ดังนั้นโอกาสที่เราจะพบปัญหาจากไวรัสมากวนใจเราคงจะมีไม่น้อยทีเดียว ไม่ว่าจะเพราะเราพลาดเองหรือเพราะเหตุผลอื่นๆ ไหนๆ เราเข้ามาสู่โลกดิจิตอลแล้ว โอกาสเจอกับไวรัสคอมพิวเตอร์มีมาก เรามาตั้งมือรับกับมันดีกว่าจริงไหม...
เรามาทำความรู้จักกับ ไวรัสคอมพิวเตอร์กันเสียก่อน ไวรัสคอมพิวเตอร์ (computer virus) หรือเรียกติดปากกันว่า ไวรัส คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่บุกรุกเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนมากมักจะสร้างความเสียหายให้กับโปรแกรม ไฟล์ต่างๆ หรือระบบของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นๆ ความร้ายแรงของไวรัสคอมพิวเตอร์มีตั้งแต่ก่อให้เกิดความรำคาญจนถึงขั้นทำความเสียหายอย่างร้ายแรงได้ ไวรัสนั้นมีด้วยกันหลายประเภท ซึ่งแต่ล่ะประเภทมีชื่อเรียกและการทำงานแตกต่างกันไป
File Virus แพร่เชื้อไปติดไฟล์อื่นๆในคอมพิวเตอร์โดยการแนบตัวมันเองเข้าไป มันไม่สามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้ต้องอาศัยไฟล์พาหะ เช่นโปรแกรมที่ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต นามสกุล.exe ไฟล์ไวรัสจะสร้างความเสียหายให้กับไฟล์ ต่างๆ ในเครื่องคอมพิวเตอร์
Worm มีความสามารถในการทำลายระบบในเครื่องคอมพิวเตอร์สูงที่สุดในบรรดาไวรัสทั้งหมด สามารถกระจายตัวได้รวดเร็ว ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต คัดลอกตัวเองและสามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆได้อย่างอิสระ โดยอาศัยอีเมล์, ช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการหรือการเชื่อมต่อที่ไม่มีอะไรป้องกัน มักจะสร้างความเสียหายให้กับระบบเครือข่าย และระบบอินเทอร์เน็ต ลักษณะของการกระจายและทำลาย ที่คล้ายกับหนอนกินผลไม้ มันจึงมีชื่อว่า Worm อย่างไวรัส MSN ที่เราเจอกันบ่อยๆ ก็คือ Worm ชนิดหนึ่ง
Trojan ชื่อนี้มาจากตำนานของม้าไม้แห่งเมืองทรอย ที่ใช้บรรทุกทหารกรีกที่ส่งเข้ามาเพื่อเข้ายึดกรุงทรอย มันออกแบบมาให้แพร่กระจายได้เมื่อผู้ใช้ถูกหลอกให้เปิดโปรแกรมเนื่องจากคิดว่าโปรแกรมดังกล่าวมาจากแหล่งที่มาที่อ้างถึงจริงๆ ปัจจุบันแฝงกายมาในรูปของอีเมล์ที่มีเอกสารแนบซึ่งอ้างว่าเป็นโปรแกรมปรับปรุงด้านการรักษาความปลอดภัยของ Microsoft แต่กลับเป็นตัวทำลายระบบรักษาความปลอดภัยในเครื่อง
Spyware ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อสอดส่อง การใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ อาจจะเพื่อโฆษณาสินค้าต่างๆ บางตัวก็สร้างความรำคาญเพราะจะเปิดหน้าต่างโฆษณาบ่อยๆ แต่บางตัวร้ายกว่านั้นคือ ทำให้คุณใช้อินเตอร์เน็ตไม่ได้เลย หรือการเปิดหน้าต่างใหม่ขึ้นมาเป็นสิบๆ หน้าต่าง (ผู้ที่เล่น Hi5 คงจะเคยเจอกันบ่อยๆ) Spyware ไม่ได้ทำลายอะไรในเครื่อง แต่สิ่งที่มันทำได้คือเปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาควบคุมเครื่องที่ติดเชื้อมันได้จากระยะไกล ซึ่งจะทำอะไรกับเครื่องของเราก็ได้ไม่ว่าการขโมยข้อมูล การลบหรือทำลายข้อมูลต่างๆ
สิ่งที่คอมพิวเตอร์จะแสดงเมื่อติดไวรัส เมื่อเราเปิดและรันโปรแกรมที่ติดไวรัส เราอาจไม่ทราบว่าเครื่องได้ติดไวรัสแล้ว คอมพิวเตอร์ของเราอาจทำงานช้าลง ไม่ตอบสนอง หรือหยุดค้างและ Restart ใหม่เองทุกๆ 2-3 นาที บางครั้งไวรัสนั้นอาจทำความเสียหายให้กับไฟล์ต่างๆ ที่ต้องใช้ในการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งมันจะพบกับความว่างเปล่าบนจอแสดงผล เมื่อกดปุ่มเปิดเครื่อง ถ้าพบเจออาการเหล่านี้ก็ขอแสดงความยินดีว่าเครื่องของคุณได้ติดไวรัสเสียแล้วครับ วิธีการที่แน่นอนที่สุดที่จะทราบว่าได้ติดไวรัสหรือไม่ก็คือ การติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสใหม่ล่าสุดในคอมพิวเตอร์นั่นเอง

จัดการขั้นเด็ดขาดเสียที
เมื่อคอมพิวเตอร์ติดไวรัส สิ่งแรกคือการค้นหามันให้เจอแล้วทำลายทิ้ง ปัญหาคือ กว่าจะรู้ตัวนั้นไวรัสได้สร้างความเสียหายให้กับเครื่อง หรือไฟล์งานของเราไปมากน้อยแค่ไหน ถ้าเสียหายมากเราอาจจะต้องลงระบบปฏิบัติการในเครื่องใหม่ ดังนั้นทางที่ดีคือการ ติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยให้กับเครื่องของเราเสียก่อน เป็นทางออกที่ดีที่สุด
Windows Security Center เนื่องจากคอมพิวเตอร์ติดตั้ง Windows XP with Service Pack 2 เอาไว้ จึงสามารถใช้ Windows Security Center ได้ คุณสมบัติข้อนี้คือจุดศูนย์กลางสำหรับเรียกดูสถานภาพระบบรักษาความปลอดภัยในคอมพิวเตอร์ Windows Security Center แสดงสถานภาพรักษาความปลอดภัยสำคัญ 3 ชนิดก็คือ Firewall, Virus Protection และ Automatic Update
Firewall ช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์จาก Hacker ผู้ที่พยายามลบข้อมูลสำคัญภายในคอมพิวเตอร์ของคุณ หรือทำให้เครื่อง hang หรือแม้แต่ขโมยข้อมูลส่วนตัว
Virus Protection ช่วยปกป้องคอมพิวเตอร์จากไวรัส ที่ติดมากับโปรแกรมหรือไฟล์ต่างๆ
Automatic Updates คุณสมบัติ Automatic Updates สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมอัพเดทระบบรักษาความปลอดภัยสำคัญได้โดยอัตโนมัติตามตารางเวลาที่คุณกำหนด
การตรวจระบบ Windows Security Center ให้ไปที่ Start เมนู > All Program > Accessories > System Tool > แล้วคลิกที่ Security Center ส่วนสำคัญคือ Firewall และ Virus Protection ควรเปิดอยู่ ที่ Virus Protection จะแสดงชื่อของโปรแกรมสแกนไวรัสที่เราใช้งานอยู่ด้วย
Virus scanning program โปรแกรมสแกนไวรัส จะทำหน้าที่ในการตรวจจับ ค้นหา และทำลายไวรัสต่างๆที่จะเข้ามาทำลายเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังนั้นเราควรติดตั้งโปรแกรมสแกนไวรัสที่ได้มาตรฐานซึ่งโปรแกรมสแกนไวรัสนั้น มีด้วยกันหลายบริษัทหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น AVG, NOD32, kaspersky, Avast, McAfee, Bit Defender, AntiVir ฯลฯ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำคัญคือ ต้องสามารถอัพเดตได้ นั่นหมายความว่าเราต้องใช้ Software ที่เป็นของแท้มีลิขสิทธิ์ หรือ Freeware ที่มีประสิทธิภาพ

อีกข้อสำคัญที่ลืมไม่ได้คือการที่เราไม่ได้เป็นผู้นำไวรัสไปใส่ลงในเครื่องเสียเอง โดยมากการรับส่งข้อมูล เช่นการใช้ USB Flash Drive จากเครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องหนึ่ง บางครั้งอาจจะไปเจอกับเครื่องที่ติดไวรัส เมื่อนำมาเสียบต่อกับเครื่องของเราก็ทำให้ติดเครื่องของเราไปด้วย (อย่าไว้ใจว่าโปรแกรมสแกนไวรัสจะช่วยได้ทุกครั้ง เพราะไวรัสใหม่ๆ อาจจะมาเร็วกว่าการอัพเดทของโปรแกรม) ทางที่ดีคือ เมื่อเปิด My Computer แล้ว ให้คลิกเมาส์ขวา ในไดร์ฟของ Flash Drive เลือก Explore ห้ามดับเบิ้ลคลิกเด็ดขาด เป็นการป้องกันในระดับหนึ่ง
อีกกรณีคือการรับส่งอีเมล์ อย่าเปิดไฟล์ที่แนบมาโดยที่เราไม่รู้ว่าเป็นไฟล์อะไร จากใคร ควรเปิดรับไฟล์ที่แน่ใจแล้วเท่านั้น รวมทั้งการรับส่งไฟล์หรือ Link เวปต่างๆ ทาง MSN ด้วยเช่นกัน เพียงเท่านี้คุณก็จะใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างสบายใจไร้กังวลกับปัญหาไวรัสแน่นอนครับ...





