
ภาพถ่ายที่เรียกว่า Still life ก็นับเป็นการถ่ายภาพแบบหนึ่ง ที่จำเป็นจะต้องใช้ความรู้และการสร้างสรรค์ผลงานพอสมควรทีเดียว ต่างจากการเขียนภาพอยู่บ้างตรงที่เราไม่สามารถจะเลือกเขียน หรือเปลี่ยนแปลงสี แสง ในภาพได้เหมือนกับภาพวาด ดังนั้นการควบคุมสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแสง หรือแม้แต่มุมกล้อง ไปจนถึงการเลือกใช้เลนส์ ซึ่งเรียกว่าแทบจะนำเอาความรู้ที่มีในเรื่องของการถ่ายภาพทั้งหมดมารวมอยู่ในภาพแบบ Still life เลยทีเดียวครับ รายละเอียดในส่วนนี้เราจะมาว่ากันทีหลังตอนนี้เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาพ Still life กันก่อนดีกว่า
อะไรคือ Still life
ภาพ Still life หรือ ภาพหุ่นนิ่ง Still Life มีมาตั้งแต่ในสมัยศตวรรษที่ 15-18 นับเป็นช่วงที่งาน Still life เป็นที่นิยมกันมาก ลักษณะจะเป็นภาพสิ่งของ หรือวัตถุต่างๆ ที่ศิลปินจัดวางวัตถุสิ่งของต่างๆ เหล่านี้ ในมุมที่ได้น้ำหนัก แสง-เงา ที่สวยงาม อาจวางให้มีความ สูง-ต่ำ ลดหลั่นกัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความรู้ในเรื่องการจัดองค์ประกอบ โดยจะให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างรูปทรง และสีเป็นหลัก
Still life photography จึงเป็นภาพถ่ายลักษณะหนึ่งที่มีการจัดฉาก จัดวางวัตถุสิ่งของต่างๆ รวมทั้งการจัดแสง โดยจะมีแนวคิดในการถ่ายเป็นตัวกำหนด รูปร่าง รูปทรง สีสัน ทิศทางแสง รวมทั้งวัตถุที่นำมาจัดถ่ายด้วยซึ่งวัตถุที่นำมาจัดเซทนั้น ก็จะเป็นวัตถุ (Subject) ที่มีความหลากหลายสารพัด ตามแนวคิด (Concept) ที่คิดไว้ ซึ่งจะเป็นวัตถุที่ไม่สามารถจะเคลื่อนไหวได้ จึงทำให้มีการเรียก “Still life” ว่า “หุ่นนิ่ง” นั่นเอง
สิ่งสำคัญในการถ่ายภาพ Still life
การถ่ายภาพ Still life นั้นเราสามารถถ่ายภาพกันได้ โดยเริ่มจากวางแนวคิด (Concept) เสียก่อนว่าต้องการภาพแบบใด ทั้งนี้อาจจะสเก็ตภาพร่างคร่าวๆ ไว้ก่อนก็ได้ จากนั้นจะเป็นการเลือกวัตถุที่เราจะถ่าย เพราะวัตถุต่างๆนั้นมีรูปร่าง รูปทรง พื้นผิวที่แตกต่างกัน สิ่งต่อมาคือการจัดวาง โดยใช้หลักการจัดองค์ประกอบศิลปะ ที่จะต้องนำเรื่องของเส้น (Line) รูปร่าง (Shape) รูปทรง (Form) สี (Color) พื้นผิว (Texture) จากนั้นคือเรื่องของความสำคัญในทิศทางแสงต่างๆ และการให้น้ำหนักของแสงและเงา (Tone) แสงตกกระทบและแสงสะท้อน รวมไปถึงผลจากวัตถุที่สัมพันธ์กับแสง เช่น วัตถุที่โปร่งแสง วัตถุที่มันวาว
โดยมากแสงที่มักจะถูกเลือกใช้ก่อนอื่นเลยคือแสงเฉียงที่มาจากด้านข้าง เพื่อที่จะเน้นให้เห็นถึงพื้นผิว และรูปทรงของสิ่งของที่เรานำมาจัดวาง แต่แสงข้างก็ไม่ได้เป็นข้อกำหนดตายตัวเสมอไปนะครับ ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับความต้องการของเราเป็นหลัก เช่น แสงหลัง ที่ช่วยเน้นในเรื่องของรูปร่างได้ ต่อมาคือการเลือกใช้เลนส์ เพราะเลนส์แต่ล่ะช่วงทางยาวโฟกัสจะมีความแตกต่างในเรื่องของ ระยะชัดลึก Perspective และการเก็บรายละเอียด

ความแตกต่างของภาพ Still life กับภาพ found subjects, Pack shot และภาพถ่ายโฆษณา
เราจะเห็นว่าภาพเหล่านี้มีลักษณะภาพที่ใกล้เคียงกัน แต่ล้วนต่างกันอย่างสิ้นเชิง ภาพแบบ Found subjects เป็นภาพในลักษณะของ วัตถุสิ่งของ ที่เราได้พบเจอระหว่างทางมากกว่า ซึ่งเป็นในเชิงของภาพบันทึก ไม่ใช่ภาพแนวคิด เช่น รูปปั้นตามสถานที่ต่างๆ ฯลฯ ส่วนภาพ Pack shot และภาพถ่ายโฆษณา นั้นการถ่ายจะมุ่งเน้นที่ตัวสินค้าเป็นหลัก ป้าย ยี่ห้อ ฉลาก ดังนั้นการจัดแสงจึงมุ่งเน้นไปในทิศทางของสินค้าเหล่านั้น มากกว่าที่จะมองในเชิงของ รูปร่าง รูปทรงของวัตถุ แสง-เงาและพื้นผิว หรือการจัดกลุ่มของสีสันต่างๆ ที่เป็นส่วนสำคัญของภาพ Still life
สำหรับผู้ที่สนใจในการถ่ายภาพ Still life ควรจะเริ่มต้นจากการดูภาพวาด (Drawing & Painting) ต่างๆ ของศิลปินที่มีชื่อเสียง สังเกตการเลือกใช้และการจัดวาง วัตถุต่างๆ การเลือกทิศทางแสง การจัดกลุ่มสี ซึ่งจะทำให้เราสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาการถ่ายภาพของเราได้ ที่สำคัญภาพถ่ายประเภท Still life นั้นโดยมากช่างภาพเก่งๆ เขาจะใส่ไว้ใน Portfolio ของตนเองเสมอ เพราะถือว่าเป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ของการถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น องค์ประกอบ แสง และความคิดสร้างสรรค์ของตัวช่างภาพคนนั้นได้ ก่อนจากผมมีลิงค์เวปของช่างภาพที่ถ่ายภาพและศิลปินที่วาดภาพประเภท Still life ให้ลองเข้าไปชมตัวอย่างผลงานดีๆ ให้ลองศึกษากันดูนะครับ





