ทุกครั้งที่เรากดชัตเตอร์ถ่ายภาพสี 1 ภาพ
เราจะได้แถมภาพขาว-ดำมาด้วยอีก 1 ภาพทันที ต้องขอบคุณเทคโนโลยีการถ่ายภาพในระบบดิจิตอลที่ทำให้อะไรๆ นั้นดูง่ายไปเสียหมด ระบบภาพขาวดำในอดีตเราอาจจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่การเลือกใช้ฟิล์ม ซึ่งแต่ล่ะยี่ห้อแต่ล่ะรุ่นให้ลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป เช่น Agfa APX Pro 100, Ilford Delta 400 หรือ Kodak T-MAX Pro 100 หลังจากนั้นเราต้องพิถีพิถันกับเคมีผสมน้ำยาในการล้างฟิล์มเพื่อให้ได้รายละเอียดและเกรนที่สวยงามจนไปถึงการเลือกเกรดของกระดาษอัดขยาย มาในวันนี้เราลืมขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ ในอดีต เหลือไว้เพียงหลักการเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจ เราสามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายขาว-ดำคุณภาพเยี่ยมได้ไม่ยากด้วยโปรแกรมตกแต่งภาพถ่ายที่มีให้เราเลือกใช้มากมายในปัจจุบัน และวันนี้โปรแกรมที่ผมคิดว่าไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่สนใจในการทำภาพขาว-ดำ นั่นก็คือโปรแกรม silver effect pro

โปรแกรม Silver effect pro ผลิตโดย Nik Software เป็น Plug-in ที่สามารถนำไปใช้ได้กับโปรแกรมตกแต่งภาพอย่าง Adobe Photoshop หรือ Lightroom ซึ่งสามารถโหลดตัวทดลองใช้งาน 15 วันได้ที่เวบไซด์นี้ครับ http://www.niksoftware.com/silverefexpro/usa/entry.php เมื่อทำการติดตั้งโปรแกรมเรียบร้อยก็เปิดโปรแกรม Photoshop หรือ Lightroom ที่คุณเลือกไว้ขึ้นมา สำหรับผมใช้ร่วมกับโปรแกรมโฟโต้ชอปนะครับ
1. เมื่อเปิดโปรแกรมโฟโต้ชอปขึ้นมา โปรแกรม Silver effect pro จะเป็นหน้าต่างเล็กๆ ขึ้นมาทุกครั้งที่เปิดโปรแกรม แต่ไม่
ได้ซ่อนอยู่ในเมนูเหมือนฟิลเตอร์ปลั๊กอินตัวอื่นนะครับ วิธีใช้คือการเปิดภาพถ่ายที่เราจะปรับเป็นขาวดำขึ้นมาก่อน
2. พอเปิดภาพที่เราจะปรับเป็นขาว-ดำขึ้นมาแล้วให้คลิกที่โปรแกรม Silver effect pro จะปรากฏหน้าต่างโปรแกรมขึ้นมาหน้าตาสวยงามในภาพ
3. เรามาดูกันก่อนว่าในแต่ละส่วนของโปรแกรมเป็นอย่างไรกันบ้าง

เริ่มจากด้านซ้ายจะเป็นรูปแบบภาพขาว-ดำสำเร็จรูปแบบต่างๆ ที่มีให้เลือกใช้ 38 แบบ แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ Classic 15 แบบ Modern 11 แบบ และ Vintage 12 แบบ
ตรงกลางจะเป็นส่วนพรีวิวภาพที่ปรับแต่ง โดยเราสามารถซูมดูภาพในขนาดจริงได้ด้วย ใต้ภาพจะบอกข้อมูลของภาพถ่ายนั้นๆ ชื่อไฟล์ ความละเอียด ISO และรุ่นกล้อง
ส่วนด้านขวา จะเป็นส่วนของการปรับแต่งเพิ่มเติมครับ
กลุ่มแรก GLOBAL ADJUSTMENTS มี 2 ส่วน โดยเริ่มที่ Brightness ปรับความมืด-สว่างของภาพ Contrast ปรับความ
เปรียบต่างในภาพ และ Structure ปรับความเข้มและชัดของเส้นขอบของวัตถุต่างๆ ในภาพ ซึ่งทั้งสามคำสั่งนี้จะสามารถปรับแบบ
ละเอียดได้อีกโดยการคลิกที่ปุ่มลูกศรหน้าแต่ละคำสั่ง ถัดลงมาเป็นคำสั่ง Tonality Protection สำหรับดึงรายละเอียดในส่วน Shadows และ Highlights
กลุ่มที่สอง SELECTIVE ADJUSTMENTS จะมีปุ่มให้เรา Add Control Point ซึ่งทำให้เราเลือกปรับแต่งเฉพาะจุดในพื้นที่ภาพได้โดยเราสามารถเพิ่มลดขอบเขตของพื้นที่ที่เราจะปรับแต่งได้ด้วย
กลุ่มที่สาม COLOR FILTER เป็นคำสั่งที่เหมือนการใส่ฟิลเตอร์ให้กับภาพขาว-ดำซึ่งจะมีผลต่อสีแต่ละสีในภาพ เช่น ใส่ฟิลเตอร์สีแดง โทนสีแดงในภาพก็จะสว่างขึ้น
กลุ่มที่สี่ FILM TYPES กลุ่มนี้มีคำสั่งน่าสนใจคือ Grain ซึ่งจะมีทั้งการเพิ่มเกรนให้กับภาพ ยังมีเกรนสำเร็จรูปที่จำลองมาจากฟิล์มขาว-ดำชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นที่นิยมในอดีตมาให้เราเลือกใช้สิบกว่ารุ่นเลยทีเดียวส่วนต่อมาคือส่วนของ Sensitivity และ Levels and Curves
กลุ่มที่ห้า FINISHING ADJUSTMENTS กลุ่มนี้จะเน้นคำสั่งเกี่ยวกับการตกแต่งขั้นสุดท้าย แบ่งเป็น 4 ส่วนคือ Toning จัดการโทนสีของภาพขาว-ดำ ไม่ว่าจะเป็น ขาว-ดำปกติ Sepia (น้ำตาล), Cyanotype (โทนสีอมฟ้า), Selenium (โทนสีเงินแบบโลหะ), Copper (โทนสีทองแดง) Split Tone-Coffee รวมทั้งหมดมี 25 โทนสีให้เราเลือกครับ ส่วนต่อมาคือ Vignett เป็นการเพิ่มขอบมืดและขอบสว่างให้กับภาพมีทั้งหมด 7 แบบ อีกส่วนหนึ่งที่คล้ายกันคือ Burn Edges เป็นลักษณะเผาขอบภาพให้มืดดำ มี 4 แบบ และส่วนสุดท้ายของกลุ่มนี้คือ Image Borders การสร้างขอบให้ภาพ มีขอบภาพให้เลือกมากกว่าการทำขอบขาวอีก 14 แบบทำให้ได้อารมณ์ภาพคลาสสิกเหมือนห้องมืดขาว-ดำในระบบฟิล์มจริงๆ เลยครับ


และสุดท้ายคือ LOUPE & HISTOGRAMใช้สำหรับตรวจสอบโทนภาพตั้งแต่ส่วนมืดส่วนสว่างของภาพว่า 0-10 โซนเหมือนกับระบบโซนซีสเทม ทำให้เรารู้ได้ว่าภาพถ่ายของเรายังมีรายละเอียดในส่วนมืดและส่วนสว่างของภาพมากน้อยแค่ไหน ทุกคำสั่งในแต่ละกลุ่ม เมื่อเราปรับแต่งแล้วไม่พอใจที่มุมด้านขวาของแต่ละกลุ่มจะมีลูกศรโค้งขึ้น เป็นปุ่มย้อนกลับการทำงานครับ เราสามารถย้อนกลับการปรับแต่งให้เป็นค่าเดิมได้
ผมได้ลองปรับภาพเป็นขาว-ดำในหลายๆ ลักษณะมาให้ดูเป็นตัวอย่างในเรื่องของคุณภาพที่ได้นั้นคงต้องบอกว่าเป็นโปรแกรมที่ทำงานภาพขาว-ดำได้สมบรูณ์แบบเลยครับ ซึ่งการเลือกว่าภาพไหนต้องปรับแต่งอย่างไรนั้นคงจะอธิบายได้ยากสักหน่อย เอาเป็นว่าความต้องการของเราเป็นหลักนะครับ เช่นว่า อยากได้ภาพซีเปีย หรืออยากได้อารมณ์ความรู้สึกแบบไหน ความเปรียบต่างสูงๆ ไฮคีย์ โลวคีย์ เกรนมากน้อย หรือแม้แต่ภาพแบบ Fine art และเมื่อเราปรับแต่งภาพจนเป็นที่พอใจแล้ว ให้กดปุ่ม OK แล้วโปรแกรมจะสร้างเลเยอร์ภาพที่เราปรับแล้วนี้ใหม่ขึ้นมาอีกเลเยอร์หนึ่งโดยที่ภาพต้นฉบับยังอยู่เหมือนเดิมครับ ส่วนปุ่ม BRUSH ถ้าเราเลือกปุ่มนี้แทน OK นั้นจะเป็น การสร้างเลเยอร์มาร์กแล้วใช้ Brush ลบเลเยอร์มาร์กแทน เราจะใช้ถ้าต้องการเปลี่ยนภาพขาว-ดำเฉพาะส่วนมากกว่าครับ







