Camerart Magazine

You are here: Home รีวิวสินค้าใหม่ เลนส์ AF-S NIKKOR 24-120 F4G ED VR

AF-S NIKKOR 24-120 F4G ED VR

สัมผัสแรกที่ได้จับ AF-S Nikkor 24-120mm. F4G ED VR Nano เป็นเลนส์ที่มีขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป ขนาดกำลังดีพอเหมาะกับฝ่ามือเป็นเลนส์ซูมลักษณะยืดหด จะยืดออกเมื่อหมุนไปทางด้านทางยาวโฟกัสที่มากขึ้น

 

 

(ทางยาวโฟกัส 20 mm.) ยางหุ้มวงแหวนซูมมีขนาดใหญ่พอเหมาะกับนิ้วแน่นกระชับ ยางวงแหวนโฟกัสมีขนาดเล็กวางอยู่ทางด้านท้ายเลนส์ อาจจะปรับ Focus Manual ได้ยากนิดหนึ่ง เพราะวงแหวนโฟกัสอยู่ชิดกับกล้องบวกด้วยขนาดวงแหวนโฟกัสที่มีขนาดเล็ก ทำให้พื้นที่หมุนมีน้อย ด้านบนเลนส์มีสเกลบอกระยะทางยาวโฟกัสที่ 24, 28, 35, 50, 70, 85, 120 มีวงแหวนสีทองที่ปลายเลนส์ซึ่งบ่งบอกว่าเป็นเลนส์เกรดโปรของ Nikon ด้านข้างของเลนส์มีสวิตซ์อยู่ 3 ตัว คือ

1. สวิตซ์ปรับ Auto Focus (M/A) กับ Manual Focus(M)

2. สวิตซ์เปิด (ON) ปิด (OFF) ระบบป้องกันภาพสั่นไหว (VR)

3. สวิตซ์ปรับระบบการทำงานของระบบป้องกันภาพสั่นไหว NORMAL (ระบบการทำงานจะเคลื่อนชิ้นเลนส์ในแนวตั้งเหมาะกับการใช้มือถือถ่ายทั่วไป) ACTIVE (ระบบจะทำการเคลื่อนชิ้นเลนส์ในแนวนอน เหมาะกับการถ่ายแบบ (Panning shots) เคลื่อนที่ไปตามวัตถุด้านข้าง)

ด้านหลังเลนส์ก็จะบรรยายสรรพคุณว่าตัวเลนส์มีอะไรใส่อยู่ในเลนส์บ้างดังที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น สถานที่ผลิตประเทศไทย และจะมีช่องบอก Serial No. ด้านท้ายเลนส์จะมียางเหมือนเลนส์เกรดโปรทั่วๆ ไป มาดูที่ Hood เลนส์กันบ้าง วัสดุทำด้วยพลาสติกหนา มีการทำลวดลายเหมือนกับที่ตัวเลนส์ด้านใน Hood เป็นสีด้านพร้อมทั้งขีดร่องเพื่อป้องกันแสงสะท้อน เมื่อนำ Hood มาประกอบกับตัวเลนส์จะประกบกันได้อย่างแนบแน่นพอดี ไม่มีหลวมขลุกขลัก ผมก็พิจารณาดูรูปจากที่ได้ทดลองถ่ายในร้านแล้ว ก็ตัดสินใจได้ว่า ยอมจ่ายเงินเพิ่มขึ้นล่ะกัน ลองเอามาใช้ดูก็เลยเลือกเจ้าตัว AF-S Nikkor 24-120mm. F4G ED VR Nano นี่แหละ

AF-S Nikkor 24-120 mm. F4G ED VR Nano จุดประสงค์ทั่วไปเป็นเลนส์ Normal Zoom สำหรับกล้อง Full Frame เลนส์นี้ครอบคลุมช่วงต้นของมุมกว้างที่ 24 mm. และครอบคลุมในช่วงต้นเทเลโฟโต้ ที่ 120 mm. มีรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F4 คงที่ตลอดทุกช่วงซูม รูรับแสงเล็กสุดที่ F22 มาพร้อมกับระบบรักษาเสถียรภาพรุ่นใหม่ (กันสั่น) VRII สามารถถ่ายภาพด้วย Speed Sutter ต่ำกว่าปกติถึง 4 Stop นอกจากนี้ยังเคลือบ NanoCrystal ลดแสงสะท้อนในเลนส์ได้ดี ใบของรูรับแสงมี (Diaphragm) 9 ใบระบบโฟกัสเป็นแบบ Nikon Internal Focusing (IF) เป็นระบบโฟกัสภายในเลนส์ คือเวลาระบบโฟกัสทำงานหน้าเลนส์จะไม่หมุนตาม ระบบขับเคลื่อน Auto Focus เป็นแบบ Silent Wave Motor (SWM) ซึ่งไว นุ่มนวล และเงียบ สามารถ Shift Focus Manually ได้ที่วงแหวนโฟกัสโดยไม่ต้องปรับปุ่มเป็น Manual Focus ระยะห่างโฟกัสจากวัตถุใกล้สุด 0.45m (1.5 ft) กำลังซูม 5 เท่า เป็นเลนส์อนุกรม Type G ไม่มีวงแหวนปรับช่องรับแสงในตัว ตัวเลนส์มีชิ้นเลนส์ 17 ชิ้น 13 กลุ่ม มีเลนส์ ED ลดความคลาดเคลื่อนสี 2 ชิ้น และ Aspherical ลดความคลาดเคลื่อนทรงกลม 3 ชิ้น มุมรับภาพ 84-20 องศา เมื่อใช้กับกล้อง FX Format ส่วน DX Format องศารับภาพจะอยู่ที่ 71-16 องศา ขนาดของหน้าเลนส์กว้าง 77 mm. ขนาดของตัวเลนส์ 84x103.5 mm. น้ำหนัก 710 กรัม (25 ออนซ์) ในกล่องมาพร้อมกับฝาหน้า 77 mm LC-77, ฝาหลัง,  HoodHB-53 และถุงใส่เลนส์ LC-1218

พอได้เลนส์ตัวนี้มา ผมก็ได้ลองนำมาถ่ายภาพบุคคล เด็กชายสตั๊นแมนโดยใช้รูรับแสงที่ F4 ภาพที่ถ่ายออกมาให้ความคมกลางภาพที่ดีพอที่จะถ่ายภาพบุคคลได้ Vignette ที่ F4 มีให้เห็นชัดเจนพอสมควร ถ้าจะทำให้หายไปต้องเปิดVignette Control : High ที่อยู่ในกล้องก็จะหายไปในทันที การถ่ายทอดสีสันให้สีที่สดใส อิ่ม เที่ยงตรง และมีการไล่โทนที่ดีมาก แต่ยังคงคอนทราสไว้ส่วนความเบลอของฉากหลังที่ F4 ก็พอละลายได้ดีพอสมควร

จากนั้นอีกไม่นานก็ถึง 5 ธันวาคม 2553 วันเฉลิมพระชนม์พรรษาครบ 83 พรรษาซึ่งปีนี้มีการจัดงานใหญ่ มีแห่เรือถวายพระพร ปล่อยโคมลอยและมีการจุดพลุเฉลิมฉลองอย่างอลังการ งานนี้ผมกับเพื่อนก็ไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะนำเลนส์ไปทดสอบถ่ายด้วย กว่าจะหาทำเลถ่ายได้ลำบากอยู่เหมือนกันครับ เพราะใครๆ ก็อยากออกมาดูออกมาเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกกันทั้งนั้น คนเยอะมากๆ สุดท้ายผมก็ไปรอถ่ายที่สะพานกรุงธน (ซังฮี้) ซึ่งก็อยู่ไกลจากสะพานพระปิ่นเกล้า ที่เป็นสถานที่จุดพลุพอสมควร พอจัดองค์ประกอบดูแล้วใช้ทางยาวโฟกัสที่ 105 mm. สามารถเก็บภาพได้จนครบ ทั้งสะพานพระราม 8 รวมทั้งพลุด้วยผมใช้ F8 ในการถ่ายไล่ไปจนถึง F22 พบว่า คุณภาพความคมของเลนส์มีตั้งแต่ F8 ไปจนถึง F11 พอเลย F11ไป คุณภาพของภาพจะค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ ที่ F22 ภาพจะขาดความคมชัดและฟุ้งมาก อ้อ! มีทริกนิดหนึ่งสำหรับการถ่ายพลุบนสะพาน พยายามเลือกมุมที่อยู่บริเวณบนตอหม้อสะพาน เพราะเวลารถใหญ่วิ่งผ่านจุดนั้นจะสั่นไหวน้อยที่สุด ยิ่งบริเวณกลางสะพานด้วยแล้วเวลารถใหญ่วิ่งผ่านไหวอย่าบอกใครเชียว (แล้วผมมาบอกทำไมเนี่ย!!) VR ก็เอาไม่อยู่ครับขากลับก็แวะถ่ายไฟแถวถนนราชดำเนิน ถ่ายรถหยุดนิ่งผสมกับรถเคลื่อนไหว เลนส์ตัวนี้ขนาดแม้ยามค่ำคืนที่มีปริมาณแสงน้อยเลนส์ก็ยังให้ความคมใส สีสัน รายละเอียดของภาพที่ดี ต่อจากนั้นก็ได้มีโอกาสถ่ายพลุปีใหม่ที่สะพานกรุงเทพอีกครั้ง มีปัญหานิดหน่อยที่มุมกว้างของเลนส์ 24 mm. ไม่พอกับพลุลูกโดด ที่เป็นพลุที่ยิงสูงที่สุด สามารถเก็บพลุได้ที่ช่วงตำแหน่งกลางและตำแหน่งล่าง แต่ที่ช่วง 24 mm. ก็ยังพอใช้เก็บทั้งสองฝั่งเจ้าพระยาได้พอใช้งานในระดับหนึ่ง คราวนี้มาดูที่ขอบภาพกันบ้าง ทางยาวโฟกัส 24 mm. มีความคลาดเคลื่อนทรงกลมอยู่บ้าง สังเกตได้จากรูปตึกทั้งสองฝั่งแม่น้ำ มีความลู่เอียงเข้าหากัน ที่ F8 ความคมของขอบภาพ ยังให้ความคมที่ดี ถึงแม้จะไม่เท่ากลางภาพ แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

วันมาฆบูชาที่ผ่านมาผมกับเพื่อนๆ อีก 4 คน นั่งคุยกันไปคุยกันมา ก็อยากจะไปเวียนเทียนและถ่ายรูปกัน ก็ถือโอกาสชวนกันไปถ่ายรูปแถวอยุธยาซ่ะเลย ออกจากนนทบุรีก็ประมาณ บ่าย 2 โมงครับ มาถึงอยุธยาประมาณบ่าย 3 กว่าๆ สิ่งแรกที่มาถึงอยุธยาก็คือ ทานก๋วยเตี๋ยวเรือครับ ของดีมีชื่อต้องลองหน่อย...อร่อยดีครับ..พออิ่มแล้ว ก็เริ่มมองหาวัดที่สามารถเวียนเทียนได้และเก็บภาพภาพสวยๆ ได้ พวกเราก็เลยลงความเห็นว่า วัดมเหยงคณ์ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ของอยุธยา ก็ออกเดินทางกันต่อ เมื่อมาถึงวัด พวกเราก็ไม่รอช้าครับ แต่ละคนต่างเดินสำรวจหาทำเลมุมมองถ่ายภาพเหมาะๆ กัน เมื่อได้ที่ก็ประจำตำแหน่งเลยครับ เพราะมีคนมาเก็บภาพที่นี่ค่อนข้างเยอะเหมือนกัน (ลุกก็เสียม้าแหละครับงานนี้..ฮ่า) ผมได้ทดสอบถ่ายความคมที่ F11 กับผนังพระอุโบสถ ให้ความคมที่ขอบภาพได้ดีทีเดียว ทดสอบถ่ายคนเคลื่อนไหวเวลากลางคืนที่แสงน้อย เลนส์ก็ยังเคลื่อนไหวโฟกัสตามวัตถุไปได้แม้จะไม่เร็วมาก แต่ก็ไม่ช้าจนตามไม่ทัน มีหลุดบ้างนิดหน่อย เปิดค่ารับแสงนานเลนส์ก็ยังถ่ายทอดรายละเอียดได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งส่วนมืดส่วนสว่าง ทดสอบระบบป้องกันการสั่นไหว (VR) ทางยาวโฟกัสที่ 120 mm. Speed Shutter ที่ 1/15 ยังให้ภาพวัตถุที่คมชัดอยู่ และที่ 1/10 มีชัดบ้างไม่ชัดบ้าง ถือว่า VR ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีมาก เสียงการทำงานของระบบป้องกันการสั่นไหว (VR) ทีเสียงให้ได้ยิน “กึก กึก” ตอนกดปุ่ม Shutter และพอปล่อยปุ่ม Shutter ก็จะมีเสียง “กึก กึก”  อีกที ให้พอรู้ว่าหยุดทำงานแล้ว

วันต่อมายังคาใจกับความเร็วในการโฟกัส โดยได้นำรถบังคับน้ำมันขนาดเครื่อง 3.3cc ความเร็วรอบเครื่องยนต์ Red line ที่ 50000 รอบ ความเร็วปลายที่ 45+ mph เอามาวิ่งทดสอบถ่าย ปรับระบบโฟกัสไว้ที่ Continue ใช้ร่วมกับระบบ 3D Tracking โดยที่หมุนกล้องตามรถไปเรื่อยๆ ผลปรากฏว่าเข้าเป้าประมาณ 70% ไม่เข้าเป้าประมาณ 30% กับสภาพแสงที่อยู่ในร่ม Speed Shutter 1/640 ทดสอบถ่ายย้อนแสงเพื่อหาแสงสะท้อนในเลนส์ (แฟลร์) และความคลาดสี ผลจากการถ่ายย้อนพระอาทิตย์ตรงๆ มีแฟลร์ให้เห็นบ้างถ้าหามุมที่มีอะไรมาบังพระอาทิตย์หรือวางพระอาทิตย์ไว้นอกเฟรม แฟลร์นั้นก็จะหมดไป แสดงว่าผลจากการเคลือบผิวแบบ Nano CrystalCoat ช่วยทำให้แสงแฟลร์ลดลงได้อย่างดีความคลาดเคลื่อนสี 24 mm. ถ่ายด้วย F4 กลางภาพไม่ปรากฏ จะปรากฏที่ขอบภาพเมื่อซูมที่ 100% การควบคุมการเหลื่อมสีค่อนข้างดีมากเมื่อเทียบกับเลนส์มุมกว้างทั่วๆ ไป

 

สรุปผลการทดสอบ

เลนส์ AF-S Nikkor 24-120 mm. F4GED VR Nano เป็นเลนส์ช่วง Normal ที่ดีตัวหนึ่ง คุณภาพการประกอบที่ดี น้ำหนักกำลังดีแต่ถ้าเบากว่านี้ได้ก็จะดี เป็นเลนส์ที่มีความคมชัดกลางภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขอบภาพอาจจะไม่คมเท่ากลางภาพ แต่คุณภาพความคมอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ การถ่ายทอดสีสันให้สีสันที่สดใส สีอิ่ม ไล่โทนที่ดีแต่ยังคงคอนทราสไว้ Nano Coat ควบคุมแฟลร์ไว้ได้อย่างดี ถ้าไม่ถ่ายย้อนแสงโดยตรงจะไม่ปรากฏให้เห็น ถึงแม้ถ่ายย้อนแสงโดยตรงก็มีบ้าง ความคลาดสีมีที่ขอบภาพในช่วงมุมกว้างแต่ต้องซูมดูกันที่ 100% ขอบมืดที่มุมภาพ (Vignette) มีให้เห็นได้มากที่ F4 ถ้าจะทำให้หายไปก็เปิด VignetteControl ขอบมืดที่เคยมีอยู่ก็จะหายไป ระบบป้องกันการสั่นไหว (VR) ใช้งานได้จริง ระบบโฟกัสถึงแม้จะไม่เร็วมากแต่ก็ไม่ช้าเกินไปที่จะติดตามวัตถุที่มีความเคลื่อนไหว กระบอกซูมยื่นแบบ 2 ชั้น จากการที่ใช้งานเลนส์ตัวนี้มาประมาณ 3 เดือน บอกได้เลยครับว่ากระบอกซูมไหลแน่ ตอนนี้ผมหดกระบอกซุมไว้ที่ 24 มม. แล้วเอากล้องสะพายข้าง เดินแบบเผลอๆ มาดูอีกที ไหลไปที่ 28 มม. บ้าง 35 มม. ยังไม่ถึงที่ 120