ฟูจิฟิล์มได้ส่งกล้อง SEMI-DSLR รุ่นล่าสุดที่จะสร้างความฮือฮาให้กับวงการกล้องดิจิตอล และจะทำให้กล้องดิจิตอลทั้งหลายที่มีอยู่ตอนนี้กลายเป็น “กล้องไดโนเสาร์” ไปเลย ด้วยการใส่เลนส์คุณภาพสูงขนาด 30X ทางยาวโฟกัส 24-720 มิลลิเมตร ซึ่งต้องพูดภาษาชาวบ้านว่าระดับซูมขนาดนี้มัน “บ้าสุดๆ” ใช้เซ็นเซอร์แบบ CMOS รุ่นใหม่ความไวสูงความละเอียด 10 ล้านพิกเซล
เรื่อง+ภาพ : ศุภฤกษ์ นฤเบศร์ไำกรสีห์
แม้ว่าความละเอียดอาจจะดูไม่น่าตื่นเต้นเท่าไร แต่ขอบอกว่ามันสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็ว 10 ภาพต่อวินาที กับถ่ายวีดิโอระดับ Full HD ได้ด้วย คงจะเริ่มตื่นเต้นกันบ้าง เพราะความเร็วระดับนี้ กล้อง SLR ราคาครึ่งแสนยังทำไม่ได้เลย เอาเป็นว่า เรามาดูว่าเจ้ากล้อง Fujifilm FinePix HS10 มันทำอะไรกันได้บ้าง
1. ติดเลนส์ซูม Fujinon ขนาด 30 เท่า ทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 24-720 มม.
2. ใช้เซ็นเซอร์แบบ BSI (Back Side Illuminated) CMOS
3. ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงถึง 10 ภาพต่อวินาทีต่อเนื่อง 7 ภาพที่ความละเอียดสูงสุด
4. ถ่ายภาพวิดิโอได้ในระดับคุณภาพ Full HD พร้อมระบบถ่ายภาพยนตร์แบบ High Speed ความเร็ว 1000 ภาพต่อวินาที
5. ระบบถ่ายภาพพาโนรามาแบบ Motion Panorama สามารถแพนกล้องถ่ายภาพต่อเนื่องกลายเป็นภาพพาโนรามาได้เลย
6. มีระบบ Pro Lowlight ถ่ายภาพกลางคืนโดยแทบจะไม่ปรากฏสัญญาณรบกวน
7. ระบบถ่ายภาพแบบ Motion Remover สามารถลบภาพวัตถุเคลื่อนไหวออกจากภาพได้อัตโนมัติ
8. มีระบบกันสั่น โดยการขยับเซ็นเซอร์และกันสั่นแบบดิจิตอลเพื่อชดเชยการสั่นไหวของภาพ
9. มีระบบ Tracking Autofocus ตำแหน่่งปรับความชัดสามารถเลื่อนตามการเคลื่อนที่ของวัตถุได้ เช่นเดียวกับระบบ AF ของกล้อง DSLR ชั้นดี
10. มีระบบถ่ายภาพให้เลือกใช้ครบครัน ทั้งระบบปรับตั้งเอง และอัตโนมัติต่างๆ
11. มี Eye Sensor กล้องจะตัดการทำงานของจอ LCD ด้านหลังไปที่จอ EVF ทันทีที่มองช่องมองภาพ
12. จอ LCD ด้านหลังขนาดใหญ่ 3 นิ้ว ปรับก้มเงยได้
13. มีช่องเสียบแบบ HDMI สำหรับจอแบบ Full HD
14. ใช้การ์ดเก็บข้อมูลแบบ SDHC



ลองเล่น Fujifilm FinePix HS10
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้รับกล้องมาทดสอบโดยไม่รู้ข้อมูลอะไรล่วงหน้าเลย รู้แต่ว่าจะมีกล้องรุ่นใหม่ส่งมาให้ลองใช้งาน พอได้กล้องมาก็ลองค้นข้อมูลในอินเตอร์เนท พบว่าเจ้า Fujifilm FinePix HS10 เป็นกล้องที่มีฟังก์ชั่นการทำงานเยอะมากๆ ดูแล้วฟูจิฟิล์มคงจะจับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการกล้่องลูกเล่นเยอะๆ ซูมได้มากๆ เป็นหลัก ผมเปิดกล่องออกมาดูว่ามีอะไรให้มาบ้าง มีตัวกล้อง สายสะพาย ฝาปิดหน้าเลนส์ แบตเตอรี่ และ Software ส่วนการ์ดไม่มีมาด้วย ซึ่งไม่เป็นปัญหาเพราะผมมีการ์ด SDHC อยู่พอดี เสร็จแล้วก็รีบอ่านคู่มือ ต้องบอกว่าเป็นการอ่านแบบผ่านๆ เพราะวันนี้ผมต้องรีบเก็บของออกเดินทางไปประจวบฯ ไม่มีเวลาให้ตั้งหลักลองกล้องกันก่อน ผมเอาแบตเตอรี่ Ni-MH แบบ Low Self Discharge ขนาด 2500 มาใส่แล้วลองกล้องไปตามคู่มือกันเลย ซึ่งผมจะกล่าวถึงเฉพาะจุดที่น่าสนใจหลักๆ ก็แล้วกันนะครับ
พอใส่แบตเตอรี่ก็ต้องเข้า MENU เซ็ทระบบการทำงานของกล้องที่ SET-UP กล้องรุ่นนี้ต่างจากรุ่นก่อนๆ ที่ผมเคยใช้อยู่บ้างในเรื่องการจัดวางเมนู ไม่มีปุ่ม F ให้ใช้ ทุกอย่างอยู่ในปุ่ม Menu เป็นหลัก เริ่มจากการตั้งวันที่เวลา ภาษาซึ่งกล้องรุ่นนี้มีภาษาไทยให้่เลือกใช้ด้วย ตั้งระบบกันสั่นว่าจะเอาแบบทำงานเฉพาะ Sensor shift หรือใช้ Digital IS ด้วย ตั้งระบบแก้ตาแดงอัตโนมัติ ตั้งแสงช่วยหาระยะชัด การทำงานของปุ่ม AE-L AF-L เปิดใช้งาน RAW File และชนิดแบตเตอรี่ นอกนั้นไม่มีอะไรต้องตั้งเท่าไรนัก จากนั้นเข้าไปที่ Shooting Menu ปรับตั้งค่าความไวแสง ขนาดและคุณภาพไฟล์ ช่วงการรับแสง ระบบสีความเปรียบต่าง ความคมชัด ระบบค้นหาใบหน้า Face Detection ระดับคุณภาพของภาพยนตร์ จำนวนภาพต่อวินาทีของภาพยนตร์ (มีผลต่อระดับคุณภาพของภาพยนตร์) ชดเชยแสงแฟลช เปิดใช้แฟลชภายนอก เมื่อตั้งระบบการทำงานต่างๆ แล้ว คราวนี้มาดูปุ่มต่างๆ ที่ตัวกล้องกันบ้าง
การจัดวางปุ่มการทำงานของ Fujifilm FinePix HS10 ยังคงคล้ายๆ กับกล้องรุ่นก่อนหน้านี้ แทบจะไม่ต้องเรียนรู้อะไรกันใหม่ สามารถหยิบมาใช้งานได้เลย ด้านบนมีวงแหวนเลือกระบบถ่ายภาพ วงแหวนปรับตั้งค่า ปุ่มชดเชยแสง ปุ่มตั้งระบบถ่ายภาพต่อเนื่องและถ่ายคร่อม ปุ่มกดชัตเตอร์ สวิชท์เปิดปิดการทำงาน ปุ่มเปิดแฟลช ฐานเสียบแฟลชภายนอก ช่องมองภาพแบบ EVF ซึ่งจะมีเซ็นเซอร์จับว่าตามาแนบช่องมองภาพหรือยัง ถ้าผู้ใช้มองภาพทางช่องมองภาพกล้องจะตัดการทำงานจาก LCD หลังกล้องไปที่ EVF อัตโนมัติ พอละตาออกก็จะมาทำงานที่ LCD หลังกล้อง สะดวกในการใช้งานมากๆ มีปุ่มปรับชดเชยสายตา สันกล้องด้านซ้ายมีช่องเสียบ USB และ HDMI สันกล้องด้านขวาเป็นช่องเสียบการ์ด SD (SDHC) ด้านล่างมีช่องเสียบขาตั้งกล้องและช่องใส่แบตเตอรี่แบบ AA 4 ก้อน ส่วนด้านหลังมีจอ LCD ขนาด 3 นิ้วความละเอียดสูง ครั้งนี้สามารถปรับจอก้มเงยได้ สะดวกในการถ่ายภาพมุมต่ำและมุมสูงเป็นอย่างมาก ด้านซ้ายมีปุ่มปรับ ISO เลือกได้ตั้งแต่ 100-6400 แล้วแต่ระบบถ่ายภาพที่ใช้ ปุ่มเลือกระบบวัดแสง (AE) เลือกได้ 3 ระบบคือ แบ่งพื้นที่ เฉลี่ยทั้งภาพ และเฉพาะจุด ปุ่มเลือกระบบปรับความชัด (AF C-S-M) เลือกได้แบบต่อเนื่อง ทีละภาพ และปรับตั้งเอง ซึ่งจะมีการขยายภาพและอินดิเคเตอร์บอกว่าภาพชัดหรือยัง และมีระบบโฟกัสติดตามวัตถุด้วย ปุ่ม AF เลือกพื้นที่ปรับความชัดเลือกได้ว่าจะปรับกลางภาพหรือเลือกตำแหน่งอัตโนมัติ และปุ่ม WB สำหรับตั้งสมดุลสีของแสง ด้านขวามือเป็นปุ่มควบคุม 4 ทิศทาง ปุ่มแดงสำหรับถ่ายวีดิโอ AE/AF-L สำหรับล็อคแสงและระยะชัด DISP/Back ตั้งการแสดงผลที่จอ และสั่งย้อนกลับหรือไม่ตกลง ปุ่มดูภาพ ปุ่ม MENU/OK ตั้งระบบการทำงานต่างๆ ตอบตกลง ปุ่มซ้ายรูปดอกไม้สำหรับตั้งระยะชัดในการถ่ายภาพมาโคร ปุ่มขวาเลือกระบบการทำงานของแฟลช ปุ่มล่างตั้งเวลาถ่ายตัวเอง ปุ่ม Instant Zoom กล้องจะตัดส่วนภาพตามกรอบแนวตั้งหรือนอน เอาไว้เวลาถ่ายภาพที่ต้องระวังคนเดินตัดไปมาในภาพและใช้ลบภาพ
ระบบถ่ายภาพ M A S และ P ผู้ใช้สามารถปรับตั้งระบบการทำงานได้เต็มที่ทุกระบบ ตั้งแต่ ISO สมดุลสี คุณลักษณะต่างๆ ของภาพ ช่วงรับแสง ฯลฯ ระบบ Auto Mode รูปกล้องสีแดงจะเป็นอัตโนมัติทั้งหมด ผู้ใช้สามารถปรับตั้งระบบการทำงานได้บางอย่างเท่านั้น ส่วนระบบ SR Auto เป็นระบบที่ผมชอบมาก มันคือระบบโปรแกรมสำเร็จโดยกล้องจะเลือกระบบให้อัตโนมัติ ซึ่งทำงานได้ค่อนข้างตรงใจทีเดียว อย่างกำลังถ่ายภาพคนก็จะเลือก Portrait ให้อัตโนมัติ ถ่ายภาพดอกไม้ก็เลือกมาโครทันที ถ่ายในที่แสงน้อยกล้องก็เลือกระบบถ่ายภาพกลางคืน ถ้าถ่ายภาพแบบไม่อยากปรับตั้งอะไรมาที่ตรงนี้จะสะดวกมาก ระบบ ADV หรือ Advance มีระบบถ่ายภาพให้เลือก 3 แบบคือ Pro Lowlight กล้องจะถ่ายภาพซ้อนหลายๆ ภาพเพื่อลด Noise ในภาพลง ช่วยได้เยอะแต่ต้องถ่ายภาพนิ่งไม่เคลื่อนไหว ระบบ Multi Motion กล้องจะซ้อนภาพเคลื่อนไหวให้อัตโนมัติ และ Motion Remover กล้องถ่ายภาพซ้อนหลายๆ ภาพแล้วเอาวัตถุเคลื่อนไหวที่ไม่อยู่ในตำแหน่งเดิมออก ทั้ง 3 ระบบนี้คือ การรีทัชภาพโดยกล้อง หากไปทำเองจะเป็นเรื่องยุ่งอยู่พอควร หากจะใช้ระบบถ่ายภาพชุดนี้ต้องใช้ขาตั้งกล้องจะได้ผลดีที่สุด ระบบ SP1 SP2 เป็นโปรแกรมสำเร็จตามลักษณะภาพที่ถ่าย มีให้เลือกใช้ถึง 15 ระบบ ระบบ Panorama เป็นระบบถ่ายภาพพาโนรามาโดยใช้วิธีการแพนกล้อง สามารถเลือกได้ว่าจะแพนกล้องแนวไหน ซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย ล่างขึ้นบน กล้องจะมีลูกศรบอกทิศทางการเคลื่อนที่ให้ด้วย C หรือ Custom ผู้ใช้สามารถเลือกระบบการทำงานที่ใช้บ่อยๆ แล้วปรับตั้งเอาไว้ในระบบถ่ายภาพ C นี้
ระบบที่น่าสนใจของกล้อง Fujifilm FinePix HS10 คือระบบถ่ายวีดิโอ ถ้าตั้งเป็นวีดิโอปกติแบบ FULL HD จะถ่ายได้ต่อเนื่องนานมาก (ขึ้นกับการ์ด) หากเป็นวีดิโอความเร็วสูง ความละเอียดและเวลาการถ่ายจะลดลงไป
ผมได้นำกล้องไปลองถ่ายภาพ 3 รอบ โดยรอบแรกเอาไปถ่ายภาพครอบครัวตอนไปเที่ยวอ่าวมะนาวกับกลุ่ม Fortuner club 2 วัน ซึ่งได้พบทั้งข้อดีและข้อจำกัดของกล้องอยู่พอควร หลังจากกลับมาได้ลองทดสอบคุณภาพเลนส์และ BSI CMOS ที่ใช้ สุดท้ายคือ ไปลองถ่ายภาพในงานมอเตอร์โชว์แล้วสรุปผลการใช้งานซึ่งผมจะสรุปเป็นส่วนๆ ไป



ผลการใช้งาน Fujifilm FinePix HS10
1. การควบคุมกล้องและความสะดวกในการใช้งาน โดยรวมๆ แล้ว ถ้าคุ้นเคยกับกล้องฟูจิก็จะใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเรียนรู้ แต่ถึงจะเป็นคนที่ไม่เคยใช้กล้องฟูจิก็สามารถเรียนรู้วิธีการใช้โดยไม่ต้องอ่านคู่มือได้อย่างรวดเร็ว แต่ละเมนูจะมีคำอธิบายสั้นๆ เอาไว้ให้ด้วย ประกอบกันมีเมนูภาษาไทยจึงใช้งานได้ง่ายเป็นพิเศษ ยกเว้นบางระบบที่ต้องอาศัยความรู้ทางการถ่ายภาพอยู่บ้าง เช่น Dynamic Range นอกนั้นเป็นระบบที่เข้าใจได้ง่ายอยู่แล้ว ปุ่มแต่ละปุ่มมีหน้าที่ชัดเจนไม่ซับซ้อน ทำให้ปรับตั้งได้ง่าย โดยต้องแลกกับการมีปุ่มยุบยับบนตัวกล้อง การมี Eye Sensor ทำให้สะดวกมากใช้การมองภาพไปมาระหว่างจอ LCD หลังกล้องกับ EVF ซึ่งผมชอบมากๆ โดยรวมเป็นกล้องที่ใช้งานได้ง่าย แถมจอยังก้มเงยได้ เวลาถ่ายภาพมุมต่ำและสูงจึงสะดวกมาก ทำเอาเวลาไปใช้กล้อง DSLR แล้วรู้สึกหงุดหงิดไปเลย
จุดที่เป็นปัญหาอยู่บ้างกับตัวผมคือ ปุ่มดูภาพไปอยู่มุมล่างขวาสุด เวลาจับกล้องจะถ่ายภาพ อุ้งมือใต้นิ้วโป้งมักไปโดนปุ่มนี้เสมอ แทนที่จะได้ถ่ายภาพเลยได้ดูภาพแทน เสียจังหวะการถ่ายภาพไปบ้าง หากคนมือเล็กๆ คงไม่เป็นปัญหา และที่ไม่ชินคือ เวลาถ่ายภาพวีดิโอให้กดปุ่มสีแดงแทนการกดปุ่มกดชัตเตอร์ มักจะเผลอสั่งถ่ายวีดิโอจากปุ่มกดชัตเตอร์เป็นประจำ ข้อดีคือ สามารถถ่ายวีดิโอได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องเข้าเมนูให้ยุ่งยาก นับเป็นข้อดีที่ผมยังไม่ชินกับมันเท่านั้นเอง
ระบบการทำงานของกล้องมีให้เลือกใช้แบบมากเกินพอ ทั้งระบบถ่ายภาพ ระบบวัดแสง ระบบปรับความชัด ระบบค้นหาใบหน้าซึ่งใช้งานได้ดี ระบบถ่ายภาพต่อเนื่องที่เร็วถึง 10 ภาพ/วินาที ต่อเนื่อง 7 ภาพ รวมไปถึงเลนส์ที่กว้างถึง 24 มม. และเทเลมากถึง 720 มม. ทำเอาเวลาซูมไปที่ 720 มม. ผมเล็งหาวัตถุไม่เจอเลย เพราะมุมมันแคบมาก ต้องปรับมาที่ช่วงกว้างก่อนแล้วซูมเข้าไป เหมือนใช้กล้องส่องทางไกล 20X อย่างไรอย่างนั้น
2. ความแม่นยำในการควบคุมแสง ภาพทั้งหมดผมใช้ระบบวัดแสงแบ่งพื้นที่เป็นหลัก โดยรวมแล้วแสงค่อนข้างคงที่ นิ่งดีมาก ไม่มีภาพโอเวอร์หรืออันเดอร์ไปเกิน 0.5 stop เลย แม้ว่าจะเป็นการถ่ายภาพย้อนแสงก็ตาม
3. ความแม่นยำและความเร็วในการปรับความชัด กล้อง Fujifilm FinePix HS10 ใช้ซูมขนาด 24-720 มม. ซึ่งค่อนข้างจะเยอะมากๆ คนส่วนใหญ่คงจะชอบซูมเยอะๆ ขนาดนี้ แต่ส่วนตัวผมเองว่ามันเยอะมากไปหน่อย อยากได้สัก 300 มม. ก็มากเกินพอ ส่วน 24 นั้นชอบมาก ได้ใช้งานบ่อยและเพียงพอกับการใช้งานทั่วไป พอช่วงเลนส์ยาวมาก การปรับความชัดจะไม่รวดเร็วมากนัก ใช้เวลาประมาณ 1 วินาทีนับจากแตะปุ่มกดชัตเตอร์กล้องจะปรับความชัดเสร็จ ก็นับว่าพึ่งพาได้ไม่น่าเกลียด ส่วนความแม่นยำนั้นทำได้ดี ข้อควรระวังคือ เวลาใช้งานที่เทเลมากๆ 300 มม. ขึ้นไป ผู้ใช้ต้องพยายามถือกล้องให้นิ่งมากๆ หากภาพไม่นิ่งกล้องสั่นไปมา ระบบปรับความชัดจะงงไปด้วย เพราะภาพที่จุดปรับความชัดเปลี่ยนไปตลอดเวลา ควรเปิดระบบกันสั่นเอาไว้และมองภาพทาง EVF จะถือกล้องได้นิ่งขึ้น
4. ระบบกันสั่น ระบบกันสั่นของ Fujifilm FinePix HS10 ทำงานได้ดีและมีช่วงการทำงานกว้าง สามารถรับกับช่วงเลนส์ 720 มม. ได้ และทำให้ถือกล้องได้นิ่งขึ้นมากทีเดียว แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้ภาพนิ่งสนิทที่ช่วงเกิน 300 มม. ขึ้นไป และถ้าใช้ขาตั้งกล้องแนะนำให้ปิดระบบกันสั่นและใช้ระบบ Self-Timer จะได้ภาพคมชัดดีมาก


5. คุณภาพเลนส์ เป็นเรื่องที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดสำหรับกล้องตัวนี้เลย ด้วยช่วงซูมที่ยาวมากๆ ปกติคุณภาพจะแย่สุดๆ ไปเลย ฟูจิฟิล์มคงเป็นห่วงเรื่องนี้มากพอควร จึงมอบหมายให้ Fujinon ซึ่งเป็นบริษัทลูกมาทำหน้าที่ออกแบบเลนส์ตัวนี้ และทำได้ดีมากทีเดียว เป็นอะไรที่ดีกว่าที่คาดหมายไปเยอะ คุณภาพที่ 24 มม. อยู่ในระดับปานกลาง ความบิดเบือนต่ำ คลาดสีน้ำเงินที่ขอบภาพเล็กน้อย พอซูมไปที่ 35 มม. คุณภาพจะดีขึ้นมาก คุณภาพเลนส์ดีที่สุดในช่วง 100-300 มม. ซึ่งคมพอสมควร ส่วนที่ 720 มม. ยังทำได้ดีมาก ดีกว่าเลนส์ซูมช่วงยาวราคาปานกลางที่ใช้ในกล้อง DSLR เสียอีก ดูภาพประกอบก็แล้วกันนะครับว่าเป็นอย่างไร
6. คุณภาพไฟล์ Fujifilm FinePix HS10 เป็นกล้องตัวแรกที่ฟูจิฟิล์มใช้ BSI CMOS ด้วยเหตุผลที่ต้องการความเร็วในการทำงานเพื่อให้ถ่ายวีดิโอระดับ Full HD และ High Speed Movie ได้ สีสันของภาพอยู่ในระดับปานกลาง หากมีแสงแดดออกสีจะจัดขึ้นมากมาก ความคมชัดทำได้ดี ส่วน Noise อยู่ในระดับปานกลาง ถ้าเทียบกับ Super CCD EXR แล้วยังมีคุณภาพที่ต่างกันอยู่พอสมควร ซึ่งตรงนี้ผู้ใช้คงต้องทำใจหากอยากได้กล้องฟังก์ชั่นเยอะๆ โดยเฉพาะระบบวิดิโอ หากจะเน้นไฟล์เนียนๆ คงต้องเลือก Super CCD EXR แม้ว่าฟังก์ชั่นของกล้องจะลดลงก็ตาม
7. ระบบถ่ายภาพวิดิโอ เป็นจุดเด่นของ Fujifilm FinePix HS10 เลยก็ว่าได้ คุณภาพไฟล์วีดิโอทำได้ดีมากเป็นรองกล้อง Sony Handycam HDR CX500E อยู่ไม่เท่าไร (ราคา Sony ซื้อ Fujifilm FinePix HS10 ได้ 3 ตัว) ระบบวิดิโอของ Fujifilm FinePix HS10 มีข้อดีคือ กล้องปรับความชัดและแสงให้อัตโนมัติ ผิดกับรุ่นก่อนๆ ที่ไม่ปรับอะไรให้เลย และยังถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ แต่ยังไม่ถึงกับดีมากเท่ากล้องวิดิโอดีๆ นะครับ ส่วนระบบกันสั่นไม่ทำงานในระบบวิดิโอ แนะนำให้ถ่ายที่ช่วงมุมกว้างหรือเทเลไม่มาก หากใช้ช่วงเทเลมากๆ ภาพจะสั่นๆๆๆๆ คนดูวิดิโอภายหลังมึนหัวได้เลย
8. ความสิ้นเปลืองแบตเตอรี่ ผมเจอปัญหากับแบตเตอรี่ Ni-MH คือ แบตเตอรี่เตือนว่าหมดเร็ว แต่ก็ยังถ่ายได้ต่อไปอีกสักระยะหลังจากกล้องเตือนว่าแบตเตอรี่หมด แบตเตอรี่ Ni-MH ขนาด 2500 MAH 1 ชุดถ่ายภาพได้ประมาณ 100 ภาพเศษๆ ซึ่งเมื่อผมเปลี่ยนไปใช้แบตเตอรี่อัลคาไลน์ก็ใช้งานได้นานดี พอผมเอาแบตเตอรี่ไปลอง Refresh แล้วเช็คปริมาณมิลิแอมป์ที่ Discharge พบว่าต้อง Discharge ออกถึง 1000 กว่ามิลิแอมป์ และเมื่อทำการ Refresh พบว่าชาร์จได้เพียง 1500 MAH จาก 2500 MAH เท่านั้น อาการนี้เป็นอาการแบตเตอรี่เสื่อม (แต่แบตเตอรี่พึ่งซื้อมาได้ไม่นาน) เลยยังมิสามารถสรุปได้ว่า กล้องกินแบตเตอรี่เยอะ หรือกล้องถูกเซ็ทค่า Volt มาสูงไปหน่อย หรือแบตเตอรี่ที่ผมใช้เสื่อมกันแน่
สรุป
Fujifilm FinePix HS10 เป็นกล้องที่มีระบบการทำงานเยอะมากๆ มากเกินพอสำหรับการใช้งานสำหรับนักถ่ายภาพสมัครเล่น ระบบวัดแสงแม่นยำ โฟกัสไม่ช้ามากนัก ใช้งานคล่องตัวดีมาก ซูมช่วงกว้างและให้คุณภาพที่ดี ระบบกันสั่นพอพึ่งพาได้ที่ช่วงเทเลโฟโต้มากๆ แต่หากต้องการคุณภาพสูงสุดแนะนำให้ใช้ขาตั้งกล้องและ Self-Timer คุณภาพไฟล์ด้านสีสันทำได้ดี Noise ค่อนข้างมากกว่ากล้อง Fujifilm FinePix S200EXR ไปสักหน่อย ส่วนในเรื่องระบบถ่ายภาพวิดิโอทำได้ดีมาก น้องๆ กล้องวีดิโอระดับกลางเลยทีเดียว
โดยรวมแล้ว หากต้องการกล้องที่มีฟังก์ชั่นการทำงานครบ ซูมยาวๆ ให้ภาพที่ดี Fujifilm FinePix HS10 ไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน







