หากมีใครสักคนนำกล้องฟิล์มรุ่นคลาสสิคแบบ Leica M6 มาใส่เซ็นเซอร์และระบบของกล้องดิจิตอลเข้าไป มันน่าจะออกมาเป็น Leica M9 กับสนนราคา 2 แสนกว่าบาทและปรับระยะชัดด้วยมือ ถ้าเพิ่มการใช้งานให้สะดวกสบายพอประมาณในราคาจับต้องได้
โดยไม่ลดทอนคุณภาพลง มันจะกลายเป็นอะไรคำตอบคือ FUJIFILM FINEPIX X100 ที่อยู่ในมือผมตอนนี้ FUJIFILM FINEPIX X100 เพียงตัวเดียวที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสูงสุดของระบบภาพดิจิตอล ความปราณีตบึกบึนแบบกล้องกลไกคลาสสิค และจิตวิญญาณของการถ่ายภาพแบบกล้องฟิล์ม ตัวกล้องถูกออกแบบอย่างปราณีตในทุกรายละเอียด ทรงสี่เหลี่ยมแบบกล้อง Rangefinder คลาสสิคราคาแพง ประกอบมือ มีวงแหวนความเร็วชัตเตอร์ วงแหวนช่องรับแสงและชดเชยแสงแบบกล้องกลไก ช่องมองภาพ Optical ปุ่มกดชัตเตอร์ใช้สายกดชัตเตอร์แบบกลไก ผสานกันเป็นรูปลักษณ์ที่ทำให้ใครๆ ล้วนเข้าใจว่านี่คือกล้องฟิล์มคลาสสิค จนกระทั่งได้ดูหลังกล้องเจอจอ LCD นั่นล่ะถึงจะรู้ว่ากล้องตัวนี้คือกล้องดิจิตอลไฮเอนด์ตัวจริงเสียงจริง
ภายใต้รูปทรงคลาสสิคแบบกล้อง Rangefinder กล้อง FUJIFILM FINEPIX X100 ได้ซ่อนเทคโนโลยีระดับสูงสุดเอาไว้ในทุกรายละเอียด ตั้งแต่
1. ตัวกล้องทำจากโลหะแมกนีเซียมอัลลอยด์ในส่วนบนและล่างเพื่อให้มีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่งสูงสุด
2. ช่องมองภาพแบบ Reverse GalileanOptical Viewfinder ทำจากแก้วดัชนีหักเหสูงเคลือบผิวป้องกันแสงสะท้อนทุกชิ้น ให้ภาพคมชัดสดใส ปราศจากความคลาดสีและมีความบิดเบือนต่ำ มองภาพจากวัตถุจริงเช่นเดียวกับกล้อง DSLR ภาพไม่หายไประหว่างชัตเตอร์ทำงาน อัตราขยายภาพ 0.5 เท่า
3. แสดงกรอบภาพและข้อมูลในช่องมองภาพโดยใช้ระบบBright Frame Optical Viewfinder โดยใช้ LCD ขนาด 0.47 นิ้ว 1.44 ล้านพิกเซล ทำให้เห็นกรอบภาพที่ถูกต้องทุกระยะชัดปราศจากการเหลื่อมของภาพ ซึ่งกล้อง Rangefinder ทั่วไปทำไม่ได้ เส้นกรอบและข้อมูลปรับความสว่างตามแสงในช่องมองภาพ ทำให้เห็นภาพชัดเจนในทุกสภาพแสง
4. ช่องมองภาพแบบ Optical สามารถดูภาพแบบ Electronic Viewfinder ได้แสดงภาพเกือบ 100% ของภาพบนไฟล์
5. ออกแบบให้แสดงข้อมูลในช่องมองภาพได้มากมายโดยไม่รบกวนการมองเห็นภาพ สามารถแสดงความเร็วชัตเตอร์ช่องรับแสงความไวแสง จำนวนภาพ ตาราง ระดับน้ำ ชนิดไฟล์ภาพ ระบบแฟลช ชดเชยแสง แสดงระยะชัดลึก ฯลฯ
6. เซ็นเซอร์แบบ APS-CCMOS ขนาด 23.6x15.8 มม. 12.3 ล้านพิกเซลจัดเรียงตำแหน่งไมโครเลนส์หน้าเซ็นเซอร์ใหม่ สามารถรับแสงที่เอียงมาได้ถึง 20 องศา ให้รับแสงบริเวณขอบภาพได้มากกว่าเดิมถึง 20% ทำให้ภาพมีความคมชัดมากกว่า มีอาการขอบมืดต่ำกว่าเซ็นเซอร์ทั่วไป
7. EXR Processor รุ่นใหม่ สามารถลดสัญญาณรบกวนได้ดีมาก ให้ภาพคมชัด สีสันเป็นธรรมชาติ สามารถตั้งความไวแสงได้สูงถึง ISO 6400
8. มีฮีทซิงค์ช่วยระบายความร้อนจากเซ็นเซอร์ ทำให้มีสัญญาณรบกวนต่ำเมื่อเปิดรับแสงนานและที่ความไวแสงสูง
9. ระบบประมวลผลแบบ EXR Processor ให้ภาพที่คมชัด มีสัญญาณรบกวนต่ำมากๆ
10. เลนส์ FUJINON SUPER EBC ขนาด 23 มิลลิเมตรช่องรับแสงกว้างสุด F2 ใช้ชิ้นเลนส์ High Reflactive Index จำนวนถึง 4 ชิ้น ชิ้นเลนส์ Aspherical 2 ด้านแบบ Glass mold 1 ชิ้น เคลือบผิว Multicoated ทุกชิ้น ใช้ชิ้นเลนส์ด้านหลังใหญ่กว่าด้านหน้า ขนาด 27 มิลลิเมตร เกือบเท่าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเซ็นเซอร์ที่ 28.4 มิลลิเมตร เพื่อให้แสงอยู่ในแนวรับแสงของเซ็นเซอร์มากที่สุด
11. ใช้ม่านช่องรับแสง 9 ใบ เพื่อให้ได้ช่องรับแสงทรงกลมมากที่สุด และใช้ม่านชัตเตอร์ระหว่างเลนส์มากถึง 4 ใบ ทำให้ได้ความเร็วชัตเตอร์สูงถึง 1/4000 วินาที
12. มี ND Filter เบอร์ 8 ช่วยลดแสงลงได้ถึง 3 stop สำหรับการถ่ายภาพโดยใช้ช่องรับแสงกว้างในสภาพแสงมาก และช่วยลดความเร็วชัตเตอร์ต่ำลงได้
13. สามารถเช็คความชัดลึกได้ผ่านระบบ EVF









นอกจากคุณสมบัติเด่นทั้งหมดที่กล่าวมา FUJIFILM FINEPIX X100 ยังมีเทคโนโลยีเด่นๆ ซ่อนอยู่ในตัวกล้องอีกมากมายแทบจะทุกจุดจนอาจจะกล่าวได้ว่า FUJIFILM FINEPIX X100 จะกลายเป็นต้นแบบของกล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ที่จะออกมา โดยเฉพาะในเรื่องคุณภาพของไฟล์ภาพ
ลองใช้งานกล้อง FUJIFILM FINEPIX X100
ในขณะที่กล้องดิจิตอลรุ่นใหม่ๆ จะพยายามออกแบบให้เข้ากับความต้องการมากที่สุด ต้องถ่ายภาพได้เร็ว มีทุกระบบที่ต้องการ อยากได้อะไรใส่เข้าไปให้หมด แต่ FUJIFILM FINEPIX X100 กลับเน้นไปที่ “สุนทรีย์” ในการถ่ายภาพมากกว่า เลนส์เดี่ยวคุณภาพสูง เซ็นเซอร์ชั้นยอด ช่องมองภาพแบบ Optical ที่ใช้งานได้จริง และการปรับตั้งแบบกล้องกลไก ทั้งหมดล้วนทำให้ FUJIFILM FINEPIX X100 เป็นกล้องที่เข้าถึงความรู้สึกดั้งเดิมในการถ่ายภาพที่ขาดหายไปในยุคดิจิตอลปกติผมจะทดสอบกล้องแบบวิชาการ และแสดงผลการทดสอบออกทางแนววิชาการมากสักหน่อย แต่สำหรับ FUJIFILM FINEPIX X100 ผมขอเล่าเรื่องราวผ่านการใช้งานในระยะเวลา 3 อาทิตย์เต็มๆ ว่ากล้องเรนจ์ไฟเดอร์แบบช่องมองภาพออพติคัลขนาด 12 ล้านพิกเซล ฟอร์แมท APS-C กับเลนส์เดี่ยว 35มม. จะใช้งานได้ดีและได้ความรู้สึกขนาดไหนหลังจากได้รับกล้องมาจากทางฟูจิฟิล์ม กล้อง FUJIFILM FINEPIX X100 1 ตัวพร้อมอุปกรณ์ทั้งชุด แบตเตอรี่ 1800 มิลลิแอมป์ 2 ก้อนกับการ์ด 4 GB สิ่งแรกที่ทำคือ ชาร์จแบตเตอรี่และอ่านคู่มือรอไปพลางๆ พบว่ามันเป็นกล้องที่ใช้งานไม่ง่ายเลยหากอาศัยความเคยชินจากกล้องดิจิตอลตัวอื่น แต่กลับใช้งานง่ายมากหากนำเอาความรู้สึกสมัยใช้กล้องฟิล์มสมัยที่ใช้ Olympus OM4Ti มาใช้ แต่ไม่ต้องเปลี่ยนฟิล์มเท่านั้นเอง
เริ่มจากช่องมองที่ต้องขอบอกว่า ใครใช้ FUJIFILM FINEPIX X100 ต้องใช้ช่องมองภาพ Optical เท่านั้น ทำไม เพราะช่องมองภาพแบบ Optical เห็นภาพสว่างชัดเจนกว่าจอ LCD หลังกล้องมาก เห็นภาพตลอดเวลา ไม่มี Timelag ให้เสียอารมณ์ แถมยังถือกล้องได้นิ่งกว่ามากอีกด้วยเพราะกล้องแนบตาอยู่ในท่าถือที่ถูกต้องตลอดเวลา ผมถือกล้องนิ่งๆ ได้ 1/4 วินาทีโดยไม่ต้องมีระบบกันสั่นใดๆ ยิ่งใช้ก็ยิ่งชอบ ระบบ Hybride Viewfinder ของ FUJIFILM FINEPIX X100 ทำให้เห็นข้อมูลการถ่ายภาพทุกอย่างในช่องมองภาพ โดยเฉพาะกรอบพื้นที่ภาพที่ปรับเปลี่ยนตามระยะแก้พาราแรกซ์ให้ตลอดเวลา และยังปรับแสงตามความสว่างของแสงภายนอกด้วย ทำให้ไม่รบกวนการมองเห็นภาพเลย ผมคิดว่าระบบช่องมองภาพแบบนี้จะเป็นมาตรฐานใหม่ของกล้องดิจิตอลในอนาคต แต่ถ้าอยากมองภาพผ่านอิมเมจเซ็นเซอร์ก็สามารถสวิชท์ปรับให้แสดงภาพแบบ EVF ในช่องมองภาพได้ ระบบ EVF จะทำงานอัตโนมัติเมื่ออยู่ในระบบถ่ายภาพมาโคร รวมทั้งเมื่อมีการเช็คความชัดลึกใครที่ซื้อกล้อง FUJIFILM FINEPIX X100 มา ผมแนะนำให้ทำความรู้จักกับช่องมองภาพให้ดี แล้วจะถ่ายภาพได้สนุกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
การปรับความเร็วชัตเตอร์และช่องรับแสงผ่านวงแหวนโลหะเป็นความรู้สึกที่ห่างหายไปนาน FUJIFILM FINEPIX X100 ปรับความเร็วชัตเตอร์ที่ด้านบนโดยใช้ปุ่มหมุนแบบกล้อง Nikon สมัยก่อน มีวงแหวนปรับช่องรับแสงที่ฐานเลนส์ มีปุ่มชดเชยแสงด้านบน ผมชอบวงแหวนแบบนี้มากกว่าเพราะทำให้เราตั้งกล้องได้แม้ขณะปิดกล้องตอนผมเดินถ่ายภาพในตลาด ผมปิดกล้องเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ แต่ก็สามารถตั้งแสงล่วงหน้าได้ พอเปิดกล้องยกเล็งก็ถ่ายภาพได้ทันที ความรู้สึกแบบนี้ขาดหายไปนานถึง 10 กว่าปี ซึ่งผมไม่นึกว่าจะมีกล้องไฮเทคปรับตั้งแบบนี้ผลิตออกมาอีก หลังจากลองจับเล็งลองถ่ายภาพเล่นๆ ในบ้านเป็นพักๆ อยู่นานถึง 4 วัน จนเริ่มชินกับกล้องแล้ว ผมก็เอากล้องออกไปถ่ายภาพนอกบ้านบ้าง เสียดายที่ฟ้ามีแต่เมฆไม่เห็นดวงอาทิตย์ตลอด 2 สัปดาห์ ผมจึงได้แต่ลองกล้องในส่วนของคุณภาพด้านต่างๆ ยังไม่ได้เอากล้องไปใช้งานถ่ายภาพแบบที่ควรจะเป็นสักที แล้วผมได้ลองอะไรบ้าง
สิ่งแรกที่ผมสนใจคือ คุณภาพไฟล์ด้านสีสัน ความคม และสัญญาณรบกวนจะเป็นอย่างไร ผมถ่ายภาพ Color Chart ด้วยแสงธรรมชาติไล่ตั้งแต่ ISO 200 ไปถึง 6400 เปิด Noise Reduction ที่ Low นอกนั้นตั้งระดับมาตรฐานตามกล้อง (ผมชอบภาพคมๆ มากกว่าภาพ Noise ต่ำแต่ไม่คม จึงมักปิด Noise Reduction หรือเปิดต่ำสุด) อิมเมจเซ็นเซอร์ APS-C CMOS และ EXR Processor ของฟูจิทำให้ผมอึ้งไปพักให่ๆ บอกตรงๆ ว่า ผมไม่คิดว่า FUJIFILM FINEPIX X100 จะมีไฟล์ที่เนียนระดับเดียวกับ Nikon D3 ที่ผมใช้อยู่ ที่ ISO 200-400 ไม่มี Noise ปรากฏเลย ISO 800 มี Noise น้อยมากๆ จนสามารถใช้ ISO 800 เป็น ISO มาตรฐานได้เลย (ช่วงที่ผมเอากล้องไปเดินถ่ายภาพ ผมตั้ง ISO ที่ 800 เป็นหลัก) ที่ ISO 1600 ยังดีมากจนงงว่า นี่ ISO1600 แน่หรือ ส่วน ISO 3200 ดีเยี่ยมจนไม่น่าเชื่อ จน 6400 ถึงจะมี Noise แตกออกมาชัดเจน ลองเปิด Noise Reduction มากขึ้นที่ความไวแสงสูง สามารถลด Noise ได้มาก แต่มีผลกระทบต่อความคมอยู่บ้าง แนะนำให้เปิดไม่เกิน Standard สีสันของภาพออกกลางๆ ไม่จัดจ้านหรือจิดชืดเกินไป หากชอบสีจัดๆ สามารถเร่งสีที่โหมด Velvia และ Color ได้อีกทั้งหมดเป็นความดีความชอบของการปรับตำแหน่งของไมโครเลนส์หน้าเซ็นเซอร์และระบบประมวลผล ทำให้คุณภาพของ FUJIFILM FINEPIX X100 น่าตื่นตะลึงได้ขนาดนี้


อนึ่ง....... ด้วยคุณภาพไฟล์ของ FUJIFILM FINEPIX X100 ผมกำลังฝันว่า หาก FUJIFILM FINEPIX ออกกล้อง Full Frame โดยใช้เซ็นเซอร์ที่ดีกว่านี้และระบบประมวลผลที่ดีกว่านี้ (ดีกว่าเพราะออกทีหลัง) จะเป็นอย่างไร มันทำให้ผมนึกถึง FUJIFILM FINEPIX S6 Pro ราคา 1 แสนกลางๆ 18 ล้านพิกเซลที่ ISO 1600 แทบจะไม่มี Noise เลย ผมถ่ายภาพทางช้างเผือกโดยไม่มี Noise อะไรจะปานนั้นอยากให้มีออกมาเหมือนฝันจริงๆ ผมขายกล้อง Nikon D3 ทิ้งไปซื้อ FUJIFILM ทันทีเลย





ความคมชัดของภาพเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ FUJIFILM FINEPIX X100 ทำได้ดีมาก ผมเชื่อว่าน่าจะมีหลายคนบ่นว่าทำไมเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ และทำไมต้องเป็น 35mm. F2 (เทียบเท่า) คำตอบที่น่าจะเป็นคือ ถ้าเปลี่ยนเลนส์ได้ราคาจะแพงขึ้นไม่น้อยกว่า30% แน่ๆ ผมคาดว่าเฉพาะตัวเลนส์ที่มากับกล้อง หากขายแยกไม่น่าจะต่ำกว่า 20,000 บาท รวมกับราคากล้องอีก 30,000 บาท ราคาขายก็ 50,000 ไม่ต่ำกว่านี้แน่นอน FUJIFILM FINEPIX X100 ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 32,990 บาท (คาดกันในตอนแรกว่าน่าจะอยู่แถวๆ 40,000 กว่าบาท) เป็นอะไรที่คุ้มมากๆ หากเปลี่ยนเลนส์ได้คงไม่สามารถทำราคานี้ได้ และถ้าทำเลนส์ออกมาเพิ่ม เช่น 14 mm. F2, 90 mm. F2 ราคาเลนส์แต่ละตัวจะเท่าไร อย่าคิดว่าเลนส์ FUJINON จะถูกนะครับ ลองดูราคาเลนส์ Hasselblad ซะก่อน แล้วจะรู้ว่าเลนส์ FUJINON แพงแค่ไหน (คงไม่ต้องบอกนะครับว่าใครทำเลนส์ Hasselblad) อีกทั้งการเปการออกแบบช่องมองภาพ รวมทั้งฝุ่นเข้าเซ็นเซอร์ ซึ่งจะทำให้ราคาของกล้องขยับไปมากส่วนที่ต้องเป็น 23mm. F2 เพราะว่าช่วงทางยาวโฟกัสเทียบเท่า 35mm. จะถ่ายภาพได้หลากหลายกว่า อาจจะไม่กว้างมากเวลาถ่ายภาพวิวแต่ก็ถ่ายภาพบุคคลได้ดี มีการบิดเบือนจากระยะถ่ายภาพ (Geometric Distortion) ต่ำ หากทำเลนส์กว้างกว่านี้เวลาถ่ายภาพวิวจะสะใจ แต่ถ่ายภาพคนหน้าปูดแน่ๆ ส่วนที่เป็น F2 เพราะว่าเวลาถ่ายภาพส่วนมากจะใช้ช่องรับแสงแถวๆ F8-11 หากทำเลนส์ F1.4 เวลาถ่ายภาพที่ F8 ภาพจะไม่คมเพราะการกระเจิงของแสง เลนส์ช่องรับแสงกว้างเวลาเปิดช่องรับแสงแคบจะได้คุณภาพไม่ดีเท่าเลนส์ช่องรับแสงแคบ เลนส์ F1.4 หากใช้ที่ f/8 จะคุณภาพแย่กว่าเลนส์ f/2.8 ดังนั้นค่า F2 จึงถือว่ากลางๆ ไม่แคบและไม่กว้างเกินไป กำลังใช้งานได้พอเหมาะ
เลนส์ FUJINON SUPIER EBC 23 mm. F2 Aspherical ตัวนี้ FUJIFILM ออกแบบให้เข้าคู่กับ FUJIFILM FINEPIX X100 โดยเฉพาะ ทั้งขนาดชิ้นเลนส์ ระยะด้านหลัง แนวการวิ่งของแสงใช้ชิ้นแก้วเคลือบผิวแบบ Super EBC ทุกชิ้นและยังใช้แก้ว Aspherical แบบ 2 หน้า ผมลองทดสอบคุณภาพของเลนส์ ที่ F2 คุณภาพกลางภาพดีมาก ขอบภาพไกลๆจะนุ่มลง พอใช้ F5.6 คุณภาพทั้งภาพจะดีเยี่ยม รายละเอียดชัดเจนมาก คุณภาพของเลนส์ตัวนี้ดีกว่าเลนส์เดี่ยวของกล้อง DSLR หลายๆ ยี่ห้อ ในขณะที่ราคาเลนส์เดี่ยวดังๆ สามารถซื้อ FUJIFILM FINEPIX X100ได้ 2 ตัวเลยทีเดียว
ส่วนอื่นๆ ที่ผมลองมีช่องมองภาพ Optical ซึ่งให้ภาพคมชัดเจนมาก แต่ยังมี Distortion อยู่พอควร กรอบภาพแสดงขอบเขตภาพได้ดี แต่ยังน้อยไปสักนิด เวลาต้องการดูภาพแบบ 100% ต้องปรับไปที่ EVF ระบบโฟกัสเร็วปานกลาง การโฟกัสแบบแมนนวลค่อนข้างช้าแต่แม่นยำมาก ระบบวัดแสงแม่นยำดี มีชดเชยแสงช่วยบางภาพเท่านั้นตลอดการใช้งาน ปุ่มควบคุมด้านหลังกล้องตัววงแหวนใช้งานสะดวก แต่ไวไปนิดนึง และปุ่ม Menu ตื้นไปหน่อย
ส่วนให่ผมเอากล้องมาลองฝึกถ่ายภาพลูกสาว กับหมาๆ ในบ้านจนคล่องมือ จากนั้นผมออกไปงานมอเตอร์โชว์ สิ่งแรกที่รู้สึกดีคือ เอากล้องแบบนี้ไปไม่เป็นเป้าสายตาของใคร คนอื่นๆ พกกล้อง DSLR กับเลนส์ตัวเบ้อเริ่ม แฟลชติด Softbox กันวุ่นวายเหมือนย้ายสตูดิโอมาด้วย ผมเอาเจ้า FUJIFILM FINEPIX X100 ตั้ง ISO1600 ถ่ายภาพตลอดงานสบายใจดี ไฟล์เนียนกริปๆ ข้อดีต่อมาคือ เบา ปกติผมเดินงานมอเตอร์โชว์ได้ไม่เกิน 3 ชั่วโมง หากพกกล้องมาด้วย เพราะหนัก รำคา ขี้เกียจแบก และผมไม่ได้ชอบการถ่ายภาพพริตตี้เท่าไร พอใช้ X100 กลับถ่ายภาพได้สนุกกว่าเดิม จะอึดอัดหน่อยตรงฉากหลังที่ปกติใช้เลนส์เทเลควบคุมมุมฉากหลังได้ รอบนี้เล่นยากต้องหาจังหวะฉากหลังว่างๆ กับช่องรับแสงกว้างก็พอจะทำให้ฉากหลังดูดีไม่รกเลอะเทอะได้เหมือนกัน
เสร็จจากงานมอเตอร์โชว์ผมไปถ่ายภาพที่ตลาดร่มหุบแม่กลอง พก FUJIFILM FINEPIX X100 ไปตัวเดียวพอ ชุด Nikon อยู่เฝ้าบ้านไปก่อน FUJIFILM FINEPIX X100 ทำให้ผมไม่ตกเป็นเป้าสายตา ปกติผมจะถูกแม่ค้าถามว่า ถ่ายภาพไปทำอะไรเพราะพกกล้องกับเลนส์ตัวเบ้อเริ่มไป ใครๆ ก็ต้องนึกว่ามืออาชีพแน่ๆ แต่พอเป็น FUJIFILM FINEPIX X100 แม่ค้านึกว่าชาวญี่ปุ่นมาเดินชมตลาด สปีคอิงลิชกันใหญ่ แถมยิ้มให้กล้องด้วย ไม่ถามสักคำว่าเอาภาพไปทำอะไร แค่ตลาดร่มหุบที่เดียวผมถ่ายภาพไปจนแบตเตอรี่หมด การ์ดเต็ม บอกให้รู้ว่าถ่ายภาพได้มีความสุขแค่ไหน จากตลาดร่มหุบ ผมแวะไปอุทยาน ร.2 ตลาดน้ำอัมพวา แต่ตลาดปิดสนิทหมด นึกว่าจะเปิดนิดเปิดหน่อยก็ยังดี เลยอดถ่ายภาพ ไปค่ายบางกุ้งถ่ายภาพวัดและพระพุทธรูปในโบสถ์ที่โดนต้นไทรคลุมไว้ ปกติต้องใช้เลนส์มุมกว้างมากๆ วันนี้ผมเอา FUJIFILM FINEPIX X100 ที่ใช้เลนส์ 35มม มาลองดูซิว่าจะถ่ายได้หรือไม่ แล้วไปวัดขนอน เสียดายวันนี้ไม่มีการแสดงหนังใหญ่ได้เข้าไปดูพิพิธภัณฑ์เท่านั้น ห้ามใช้ขาตั้งกล้อง ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ผมตั้ง ISO1600 ช่องรับแสง F4 มองภาพทาง Optical Viewfinder ถ่ายภาพได้สบายๆ แล้วไปที่วัดคงคารามก็ปิดอีก ตรงไปยังโรงงานปั้นโอ่งมังกร ไปถ่ายภาพช่างปั้นโอ่ง แสงน้อยมากๆ จนผมต้องเพิ่มความไวแสงไปที่ ISO6400 ถ่ายภาพที่ F2 ได้ลองระบบโฟกัสในที่แสงน้อย ซึ่งกล้อง FUJIFILM FINEPIX X100 หาโฟกัสในที่แสงน้อยได้ มีผิดพลาดบ้างต้องย้ำโฟกัสในบางครั้งเสร็จแล้วไปถ้ำเขาบินถ่ายภาพถ้ำ ใช้ ISO400 บนขาตั้งกล้อง ปรับโฟกัสแบบแมนนวล เปิดรับแสงนานกว่า 8 วินาทีเกือบทุกภาพ และได้ลองใช้ความไวแสงสูงเปรียบเทียบในบางภาพด้วยแล้วแบตเตอรี่ก้อนที่ 2 ก็หมดลง เป็นอันจบทริปภาพที่นำมาให้ชมเป็นภาพจาก RAW ผ่านการ Convert ด้วยโปรแกรม RAW converter ที่แถมมากับกล้อง ระบบถ่ายภาพที่ใช้เป็น M หรือ A ส่วนค่าปรับตั้งอื่นๆ แล้วแต่ลักษณะภาพ รายละเอียดและคอมเมนท์ในการใช้งานช่วงต่างๆ ผมจะลงไว้ที่บรรยายใต้ภาพนะครับ



สรุปก่อนคืนกล้อง
หากคุณไม่เคยใช้กล้อง Rangefinder มาก่อน FUJIFILM FINEPIX X100 เป็นกล้องที่คุณต้องใช้เวลากับมันสักระยะในการเข้าถึงความสามารถของกล้องตัวนี้ จงอย่าใช้ความรู้สึกแรกที่ลองเป็นตัวตัดสินเพราะคุณจะไม่ชินกับกล้องลักษณะนี้แน่ๆ ยิ่งใช้คุณจะยิ่งรักและเห็นความสามารถของมันมากขึ้นเรื่อยๆถามว่า ใครกันนะที่ควรจะใช้กล้อง FUJIFILM FINEPIX X100 คำตอบคือ คนที่ชอบดื่มด่ำกับบรรยากาศการเดินไปถ่ายภาพตื่นแต่เช้า เดินถ่ายภาพชมตลาด จิบกาแฟ กินปลาท่องโก๋ แล้วเดินชมเมืองถ่ายภาพไปเรื่อยๆ คนที่ชอบปรับตัวเข้าหากล้องมากว่าให้กล้องปรับเข้าหา คนที่ต้องการไฟล์เนียนๆ มากกว่าฟังก์ชั่นหลากหลาย และคนที่มีคติว่า วันหนึ่งไม่ต้องได้ภาพมากก็ได้ ขอเน้นๆ หนักๆ สักสองสามภาพก็พอคนที่ตั้งมั่นว่าสักวันจะคว้ากล้องจุดแดงมาให้ได้ แต่งบไม่พอสักที FUJIFILM FINEPIX X100 อาจจะไม่เหมาะกับการเป็นกล้องตัวแรก มันเหมาะกับผู้ที่มี DLSR จนพอใจแล้ว อยากกลับไปหาอะไรที่เรียบง่ายได้บรรยากาศ เน้นตัวตนของตัวเองไม่อยากเป็นจุดสนใจเกินไป โดยไม่ลดทอนคุณภาพลง







