
หลังจากรอคอยกันมานาน Olympus ก็ได้ออกกล้องรุ่น EP3 ที่มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมขึ้นกว่าเดิมในหลายๆ อย่างโดยมีฟังก์ชั่น และระบบใหม่ๆ ติดตั้งมา ให้ใช้มากมาย และแน่นอนกล้องรุ่นใหม่นี้ติดตั้งแฟลชในตัวมาด้วยทำให้สมบูรณ์มากขึ้น
คุณสมบัติหลักของกล้อง
* เป็นกล้องในระบบ Micro Four Third
* ใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ High speed Live MOS ให้ภาพขนาด 12.3 เมกกะพิกเซลล์
* จอภาพชนิด OLED ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 614,000 จุด
* จอภาพระบบสัมผัส สามารถใช้นิ้วแตะเลือกจุดโฟกัส หรือ แตะเพื่อลั่นชัตเตอร์ในจุดที่ต้องการได้
* สามารถเชื่อมต่อช่องมองภาพแบบอีเลคโทรนิคส์ (Electronic View Finer) และไมโครโฟนนอกได้
* มีระบบกำจัดฝุ่นด้วยคลื่นความถี่สูงแบบ Supersonic Wave Filter (SSWF)
* มีแฟลชไกด์นัมเบอร์ 10 ในตัว ที่สามารถใช้สั่งการแฟลชภายนอกให้ทำงานในระบบแฟลชไร้สายได้
* สามารถเลือกอัตราส่วนภาพได้ 4 แบบ 4:3, 16:9, 3:2 และ 6:6
* ฟิลเตอร์สำหรับถ่ายภาพในแนวสร้างสรรค์แบบ ART Filter 10 แบบ และแบบ SCN 23 แบบ
* ใช้การ์ดบันทึกภาพแบบ SDHC และ SD
* ใช้แบตเตอรี่รุ่น BLS-1 ถ่ายภาพได้ประมาณ 330 ภาพ
* จุดโฟกัสมากถึง 35 จุด สามารถย้ายจุดโฟกัสไปมาในตำแหน่งที่ต้องการได้
* ถ่ายวีดิโอ คุณภาพระดับ Full HD ในฟอร์แมท AVCHD คุณภาพเสียงแบบ Stereo Linear PCM
* ถ่ายภาพซ้อนได้สองภาพ บนเฟรมเดียวกัน
ขนาดและรูปร่าง
รูปร่างของ E-P3 นั้นดูเผินๆ แล้วแทบไม่ต่างไปจากกล้องรุ่นพี่อย่าง E-P1 และ E-P2 แต่เมื่อดูในรายละเอียดจะพบว่ามันมีจุดที่ต่างๆ ไปบ้าง ที่เด่นชัดก็คงจะเป็นแฟลชติดตั้งเพิ่มเติมเข้ามา โดยอยู่ที่ด้านซ้ายของกล้อง ทำให้แป้นปรับเลือกโหมดที่เคยฝังอยู่ด้านซ้าย กลับถูกย้ายมาอยู่ด้านขวาบนตัวกล้อง ช่องไมโครโฟนรับเสียงแบบสเตอริโอ ที่เคยอยู่ด้านหน้าบริเวณโลโก้ถูกย้ายขึ้นไปอยู่ด้านบน อันนี้น่าจะเพื่อให้รับเสียงในกรณีที่ผู้ถ่ายจะบรรยายเสียงตัวเองลงในภาพเคลื่อนไหวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น กริปของกล้องสามารถถอดได้ด้วยการขันสกรูด้านหน้า ใต้ฐานแฟลชยังคงมีช่องเชื่อมต่อเพื่อใช้กับอุปกรณ์เสริม เช่นช่องมองภาพแบบอิเลคทรอนิค (Electronic View Finer) หรือ ชุดไมโครโฟนภายนอกแบบสเตอริโอ
ตัวกล้อง วัสดุส่วนใหญ่รวมถึงแปลนเมาท์เลนส์จะเป็นโลหะ ทำให้กล้องมีความแข็งแรงทนทาน การผลิตมีความปราณีต กริปด้านข้างในรุ่นนี้เป็นลายหนังที่หนาขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย และยังสามารถถอดออกได้



จอภาพ กล้องรุ่น E-P3 นี้ ได้เปลี่ยนมาใช้จอภาพชนิด OLED ขนาด 3 นิ้ว ที่มีการเคลือบกันแสงสะท้อนอย่างดี ทำให้ได้ภาพที่มีคุณภาพสูง คมชัด สามารถมองได้ชัดขึ้นในที่กลางแจ้ง จอภาพชนิดนี้ยังกินกระแสไฟน้อยลง ทำให้ถ่ายได้มากขึ้น ตามสเปคระบุไว้ว่าเมื่อใช้กับแบตเตอรี่รุ่น BLS-1 สามารถถ่ายได้ถึง 330 ภาพ และนอกจากนี้การเคลือบยังป้องกันคราบรอยนิ้วมือได้เป็นอย่างดี
แฟลช กล้องมีแฟลชไกด์นัมเบอร์ 10 ติดตั้งมาด้วย ทำให้มีความสะดวกในการถ่ายภาพในสถานการณ์ต่างๆ ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้สามารถใช้ช่องมองภาพไปพร้อมกับการถ่ายภาพด้วยแฟลชได้ และสามารถใช้แฟลชในตัวกล้องเป็นตัวสั่งแฟลชภายนอกในรุ่น FL-50r และ FL-36r ให้ทำงานในระบบแฟลชไร้สายได้



ระบบการทำงาน
จอภาพระบบสัมผัส (Multi Touch Screen) ในกล้องระบบที่ไม่มีกระจกสะท้อนภาพ และวิวไฟน์เดอร์ จอ LCD นับเป็นสิ่งสำคัญ เพราะต้องใช้มองภาพทั้งตอนถ่ายภาพ และดูภาพหลังการถ่าย ในกล้องรุ่นใหม่ๆ รวมทั้ง E-P3 ก็จะมีระบบเลือก และสั่งการต่างๆ โดยการสัมผัสจอที่จอภาพ คล้ายๆ กับโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ การดูภาพสามารถที่จะใช้นิ้วสไลด์เลื่อนภาพ หรือขยายภาพได้เลย และเมนูการตั้งค่าของ E-P3 จะเป็นแบบใหม่ที่แปลกตาไปจากเดิม จอภาพระบบสัมผัสของ E-P3 นอกเหนือจากใช้ตั้งค่าการใช้งานต่างๆ แบบทั่วๆ ไปแล้ว ยังใช้เพื่อเลือกจุดโฟกัสในตำแหน่งที่ต้องการได้ และยังสามารถใช้ลั่นชัตเตอร์ถ่ายภาพได้ด้วย โดยที่มุมล่างด้านซ้ายของจอจะมีสัญลักษณ์อยู่ 3 ชนิด ในการตั้งค่าใช้งานทำได้โดยที่รูปสัญลักษณ์แต่ละแบบ โดยสัญลักษณ์จะมีอยู่ 3 แบบ
สัญลักษณ์รูปนิ้วสัมผัสจอ จะเป็นการเลือกใช้งานแบบ การเลือกจุดโฟกัสตำแหน่งต่างๆ บนจอภาพ หากต้องการบันทึกภาพ จะต้องกดปุ่มชัตเตอร์ด้วย
สัญลักษณ์รูปนิ้วสัมผัสปุ่มชัตเตอร์ จะเป็นการเลือกใช้งานแบบ สั่งลั่นชัตเตอร์จาก ที่จอภาพ โดยเมื่อแตะนิ้วตรงตำแหน่งใดของจอภาพ กล้องก็จะโฟกัสตรงนั้น และทำการลั่นชัตเตอร์เพื่อบันทึกภาพทันที นับว่าเป็นความสะดวก และรวดเร็วดี
สัญลักษณ์นิ้วและมีเส้นคาดจะเป็นการปิดการทำงานในระบบสัมผัสของสองระบบข้างต้น
การหาโฟกัส ถือว่าเป็นจุดเด่นของกล้องรุ่น E-P3 เลย ในรุ่นก่อนๆ ระบบการหาโฟกัสของกล้องมันจะค่อนข้างช้า แต่ใน E-P3 นั้นได้ปรับปรุงระบบการหาโฟกัสมาเป็นอย่างดี มันเร็วขึ้นจนเหลือเชื่อเลย เมื่อใช้กับเลนส์อนุกรมใหม่ที่ออกมาพร้อมกันนั้นการหาโฟกัสนั้นทำได้เร็วพอๆ กับกล้อง DSLR รุ่นใหญ่เลยทีเดียว และกล้องยังมีไฟช่วยส่องหาโฟกัสมาให้ด้วย ยิ่งทำให้การใช้งานในสภาพแสงน้อยๆ สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่น่าเสียดายที่ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องของกล้องรุ่นนี้น้อยไปหน่อย ได้เพียง 3 ภาพต่อวินาทีเท่านั้น จึงเหมาะกับงานถ่ายภาพทั่วๆ ไป เพราะอาจไม่พอเพียงที่จะนำไปใช้ในงานที่ต้องใช้ความเร็ว เช่น ภาพกีฬาได้
ระบบโฟกัสหลายจุด นอกจากระบบการหาโฟกัสที่รวดเร็วแล้ว กล้องยังมีระบบการหาโฟกัสที่มีจุดโฟกัสมากถึง 32 จุดเลือกได้ทั้งแบบหลายจุด และแบบจุดเดียว ที่สามารถกำหนดตำแหน่งโฟกัสที่ต้องการได้ภายใน 32 จุด หรือสามารถจะตั้งจุดโฟกัสในจุดที่ต้องการเป็นแบบกลุ่มได้ถึง 9 จุดโดยสามารถย้ายตำแหน่งกลุ่มไปมาได้ตามต้องการได้
ระบบกันสั่น (Image Stabilizer) E-P3 มีระบบป้องกันการสั่นไหว ที่ติดตั้งอยู่ภายในกล้อง โดยช่วยให้ใช้ สปีดชัตเตอร์ ต่ำกว่าเศษหนึ่งส่วนทางยาวโฟกัสได้ถึง 3-4 สต๊อป ระบบป้องกันการสั่นไหวมีประโยชน์มาก เพราะช่วยให้ถ่ายภาพได้นิ่งมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ได้ภาพที่คมชัดด้วย โดยสามารถใช้ได้กับทั้งเลนส์ออโต้โฟกัส และเลนส์แมนนวลรุ่นเก่าๆ เพราะเป็นระบบป้องกันการสั่นไหวที่ติดตั้งอยู่ในตัวกล้อง โดยเมื่อเปิดใช้ระบบกันสั่นนี้กับเลนส์แมนนวลแล้ว ก็เพียงปรับตั้งขนาดเลนส์ที่นำมาต่อใช้ให้กล้องได้รับรู้ว่าเป็นเลนส์ขนาดใด เพื่อกล้องตั้งระดับการชดเชยการสั่นไหวให้อย่างถูกต้อง
ระบบกำจัดฝุ่น กล้องถ่ายภาพในระบบดิจิตอล คงหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องฝุ่นที่ติดอยู่หน้าเซ็นเซอร์ที่จะปรากฏชัดเจนอยู่ในภาพ E-P3 มีระบบกำจัดฝุ่นด้วยคลื่นความถี่สูง แบบ SSWF (Super Sonic Wave Filter) ระบบกำจัดฝุ่นนี้จะทำเริ่มทำงานทันทีที่เปิดระบบการทำงานของกล้อง
ระบบถ่ายภาพซ้อน Multiple Explosure E-P3 สามารถถ่ายภาพซ้อนได้สองภาพ
การถ่ายภาพด้วยฟิลเตอร์ถ่ายภาพแบบสร้างสรรค์ CREATIVITY WITH ART FILTERS ฟังก์ชั่น ART และSCN ที่โอลิมปัสได้ใส่ไว้ในกล้องรุ่นใหม่ๆ เอาไว้ถ่ายภาพในแนวสร้างสรรค์แบบต่างๆ ในกล้องรุ่น E-P3 ได้เพิ่มเติมฟิลเตอร์ต่างๆขึ้นอีกโดยมี
ART Filter 10 แบบ คือ Pop Art, Soft Focus, Pale & Color, Light Tone, Grainy Film, Pin Hole, Diorama, Gentle Sepia, Cross Process, Dramatic Tone

SCN Filter 23 แบบ คือ Portrait, e-Portrait, Landscape, Landscape + Portrait, Sport, Night Scene, Night + Portrait, Children, High Key Low Key, Dis Mode, Macro, Nature Macro, Candle, Sunset, Documents, Panorama, Beach & Snow, Fireworks, Fisheye Effect, Wide angle, Macro, 3D Photo
การทดสอบใช้งาน
การจับถือ เนื่องจากกล้องมีรูปร่างแบบเดียวกันกับ รุ่น E-P2 การจับถือจึงแทบไม่ต่างไปจากเดิม กล้องมีกริปเล็กๆ ด้านหน้า แม้จะว่ามันจะนูนมากขึ้นกว่าของเดิมเล็กน้อย แต่การจับถือก็ยังไม่ค่อยมั่นคงแต่กริปของกล้องรุ่นนี้สามารถถอดออกได้ ทำให้น่าจะมีอุปกรณ์เสริมเพื่อให้ถือกล้องได้กระชับมือมากขึ้นตามออกมาให้ได้ใช้ การใช้กล้องถ่ายภาพโดยใช้การมองจอภาพด้านหลัง ที่ต้องยื่นแขนออกไปเพื่อมองภาพจากจอ LCD ด้านหลัง อาจทำให้กล้องอาจสั่นไหวได้ แต่กล้องก็มีจะมีระบบป้องกันการสั่นไหวติดตั้งมาให้ในตัวกล้องเพื่อช่วยลดปัญหานี้ แต่อย่างไรก็ดีกล้องสามารถใช้ช่องมองภาพแบบอิเลคทรอนิคส์ (EVF) รุ่น VF-2 ใช้มองภาพแทนจอด้านหลัง นอกจากจะทำให้สมดุลในการจับถือนั้นดีขึ้นยังทำให้การถ่ายภาพกลางแจ้งที่แสงแรงมากๆ มองภาพชัดเจนยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งการนำเลนส์ แมนนวลมาต่อใช้ก็จะสะดวกยิ่งขึ้น

คุณภาพไฟล์ภาพนิ่ง ในการทดสอบใช้งานนั้นพบว่า แม้ขนาดไฟล์ภาพจะคงเท่าเดิมที่ 12.3 ล้านพิกเซล แต่ตัวประมวลภาพรุ่นใหม่แบบ TruePic VI ทำให้คุณภาพดีขึ้นกว่าเดิม คุณภาพนั้นดีในระดับเดียวกับกล้อง DSLR สามารถนำไปใช้งานจริงจังได้ กล้องสามารถปรับ ISO ได้ระหว่าง 200-12800 ทำให้การนำกล้องไปถ่ายในที่แสงน้อยๆ สามารถทำได้สะดวกยิ่งขึ้น คุณภาพของถ่ายภาพที่ ISO 200-800 นับว่าดีมากภาพจะมีความคมชัด และเนียน สีสันอิ่มตัวสดใส ที่ ISO 1000-1600 จะเห็นนอยส์ได้ชัด แต่คุณภาพ และสีสันยังถือว่าใช้ได้ ส่วน ISO ตั้งแต่ 2000 ขึ้นไปแล้วนั้น นอยส์จะชัดเจน ความเนียน และสีสันจะลดลงไป แต่มันก็ทำให้เราสามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยๆ ได้ระบบกำจัดนอยส์ก็สามารถช่วยให้ภาพเนียนขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ความคมก็จะลดลงไปด้วย อย่างไรก็ดี ISO สูงๆ ที่มีมาให้นั้นก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี ทำให้สามารถใช้กล้องถ่ายภาพในที่แสงน้อยๆ ได้แม้คุณภาพจะลดลงไปก็ตาม

คุณภาพไฟล์ถ่ายวีดิโอ เหมือนกับกล้องถ่ายภาพรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันที่สามารถถ่ายวีดิโอ ได้คุณภาพระดับ Hi-definition E-P3 เองได้พัฒนาระบบถ่ายวีดิโอจากรุ่นก่อนๆ โดยเพิ่มคุณภาพวีดิโอขึ้นไปถึงระดับ Full HD โดยให้คุณภาพไฟล์ในฟอร์แมท AVCHD ที่มีความคมชัดสูงมากเหมาะสำหรับการฉายดูบนจอโทรทัศน์ LCD ขนาดใหญ่ๆ แต่ไฟล์ประเภทนี้ (ไฟล์นามสกุล .MTS) หากชมบนจอคอมพิวเตอร์ธรรมดา หรือนำไปทำการตัดต่อ อาจต้องมีโปรแกรมอ่านไฟล์ประเภทนี้ต่างหาก หรืออาจต้องทำการแปลงไฟล์ไปเป็นนามสกุลอื่นที่คอมพิวเตอร์รู้จักก่อน ระบบเสียงจะเป็นแบบสเตอริโอ แยกซ้ายขวา เก็บเสียงได้ชัดเจน แต่หากต้องการเก็บเสียงเฉพาะทิศทาง หรือต้องการคุณภาพสูงกว่านั้น ก็สามารถต่ออุปกรณ์เสริมเพื่อใช้ต่อไมโครโฟนแบบสเตอริโอภายนอกได้ การถ่ายวีดิโอในสถานที่แสงน้อยๆ กล้องเก็บแสงได้ดี ระบบกันการสั่นไหวที่มีในกล้องนั้นช่วยให้ได้ภาพวีดิโอที่นิ่งยิ่งขึ้น


หลังจากที่ได้ทดลองใช้กล้องโอลิมปัส E-P3 ในระยะเวลาสั้นๆ ได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มมากขึ้น ระบบดีๆ ที่มีอยู่ในทั้งรุ่น E-P1 และ E-P2 ได้ถูกพัฒนาขึ้นจนสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์ภาพที่ดีขึ้น ISO ที่สูงขึ้น การโฟกัสที่รวดเร็วมาก จอภาพระบบสัมผัส จุดโฟกัสมากถึง 35 จุดระบบวีดิโอคุณภาพสูง ตลอดจนเลนส์รุ่นใหม่ที่ทำงานได้รวดเร็ว และเงียบ เหล่านี้ทำให้ E-P3 เป็นกล้องที่น่าใช้มาก เพราะเพียงแค่พกกล้องเล็กๆ น้ำหนักเบา พกพาสะดวก ก็สามารถถ่ายภาพได้ไม่แพ้กล้องตัวโตๆ น้ำหนักมากอีกต่อไป









