เรื่อง+ภาพ : ISO 9000….

บทความนี้มาจาก Camerart Magazine ฉบับ 238/2017 July

แฟนๆ Nikon ได้เฮ…กันอีกแล้ว…หลังจากที่บ่นกันมานานว่า ในช่วงปีสองปีนี้ Nikon และค่ายกล้อง D-SLR ดูจะเงียบเหงามาก นับตั้งแต่กล้อง Mirrorless ก้าวเข้าสู่ตลาดและได้รับความนิยมจากตลาดอย่างผิดหูผิดตา ในรอบสองเดือนที่ผ่านมา Nikon ได้ประกาศตัวแนะนำกล้อง D-SLR รุ่นใหม่ Nikon D7500 เป็นกล้องระดับ Midrange เข้าสู่ตลาด ที่ดูเผินๆ ว่าเป็นกล้องระดับ Midrange ก็จริง แต่เมื่อได้ดูสมรรถนะแล้ว  ต้องบอกว่ารอบนี้ Nikon จัดเต็มเลยทีเดียว ด้วยการนำสมรรถนะเด่นๆ ของ Nikon D500 มาบรรจุไว้ให้ใช้งานในกล้องรุ่นนี้ 

คุณสมบัติเด่นของ Nikon D7500

Nikon D7500 เป็นกล้องที่ออกมาต่อจากกล้อง Nikon D7200 ซึ่งอยากจะบอกว่า…ก้าวหน้าแบบลืม D7200 ไปเลยทีเดียว แม้ว่าบางท่านอาจจะ…งงๆ…ว่า อ้าว Nikon D7200 มีความละเอียดสูงตั้ง 24.2 ล้านพิกเซล แต่ทำไมกล้องใหม่ Nikon D7500 จึงมีความละเอียดอยู่ที่ 20.9 ล้านพิกเซล ซะงั้น…บอกที่ตรงนี้เลยครับไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด ความละเอียด 20.9 ล้านพิกเซลของ Nikon D7500 พอเหลือเฟือสำหรับการขยายภาพขนาดใหญ่ ที่สำคัญก็คือ ไม่มี Low-pass filter ทำให้ได้ภาพที่คมชัดมากยิ่งขึ้น

แม้ว่า Nikon D7500 จะติดตั้งเซ็นเซอร์ที่มีความละเอียดที่ 20.9 ล้านพิกเซล แต่ก็เป็นเซ็นเซอร์ขนาดเดียวกับที่ติดตั้งอยู่ใน Nikon D500 พร้อมด้วย Image processor EXPEED 5 รุ่นใหม่ที่ใช้อยู่ใน Nikon D500 เหมือนกัน นั่นทำให้ Nikon D7500  มีความรวดเร็วในการประมวลผลที่แม่นยำรวดเร็วทั้งการโฟกัสภาพ  และคุณภาพของภาพถ่ายที่มี Noise ต่ำลง สามารถตั้งค่าถ่ายภาพที่ ISO สูงถึง 51200 รวมทั้งการปรับเร่งค่าได้สูงถึง Hi 5 เทียบเท่า ISO 1640000 เลยทีเดียว

ตัวกล้องของ Nikon D7500 ขนาดพอเหมาะไม่เล็กเกินไป  ไม่ใหญ่เกินไป ขนาดย่อมกว่า Nikon D750 เล็กน้อย มาพร้อมด้วยระบบ Seal กันละอองน้ำละอองฝุ่น ทนทานต่อการใช้งานหลักได้เป็นอย่างดี

จุดโฟกัสของ Nikon D7500 ยังคงมีจุดโฟกัส 51 จุด เป็น Cross type 15 จุด และยังคงใช้ Module Autofocus Multi-CAM 3500 II เช่นเดียวกับ D7200

สิ่งที่ Nikon D7500 แตกต่างไปจาก D7200 เริ่มกันตั้งแต่ระบบปุ่มปรับตั้งบางปุ่มที่ปรับย้ายเปลี่ยนไป เช่นปุ่ม [i] Shortcut สำหรับการปรับตั้งย้ายจากฝั่งซ้ายสุดมาอยู่ฝั่งขวา ย้ายปุ่ม Info กลับมาอยู่ฝั่งซ้ายมือด้านหลัง ใน Nikon D7500 ยังได้ย้ายปุ่ม ISO ไปไว้ด้านบนเหนือปุ่มกดชัตเตอร์ ปุ่ม ISO เดิมใช้เป็นปุ่มเลือกระบบวัดแสงแทน เป็นต้น

ที่เปลี่ยนมากก็คือ จอแสดงข้อมูล เดิมใน D7200 เป็นแบบพับไม่ได้ ใน Nikon D7200 เปลี่ยนเป็นแบบพับปรับองศาได้  แถมด้วยเป็นจอแบบ Touch Screen สามารถตั้งค่าได้ สัมผัสเลือกจุดโฟกัสได้ เลื่อนภาพได้ ขยายภาพได้ สะดวกเพิ่มมากขึ้นตามที่ช่างภาพต้องการ

ระบบถ่ายภาพต่อเนื่อง สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ถึง 8 ภาพต่อวินาที  Buffer จุมากขึ้น สามารถถ่ายภาพต่อเนื่อง แบบ RAW ติดต่อกันได้ 50 ภาพ หรือ แบบ JPEG ได้ถึง 100 ภาพ

ระบบวัดแสงของ Nikon D7500 ใช้ Sensor RGB 180,000 pixels เช่นเดียวกับที่ใช้อยู่ใน D500 พร้อมทั้งเพิ่มระบบวัดแสงแบบ Highlight-weighted เพื่อไม่ให้บริเวณสว่าง สว่างจนเกินไป

ระบบการจัดการสี Picture Control ได้เพิ่มระบบ Auto Picture Control ที่กล้องจะประมวลผลลักษณะภาพแล้วจัดตั้ง Picture Control ให้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องตั้งกลับไปกลับมาเมื่อมีการเปลี่ยนลักษณะการถ่ายภาพบ่อยๆ

ความไวชัตเตอร์ กล้องรุ่นนี้สามารถตั้งใช้งานได้ตั้งแต่ 30 วินาที ถึง 1/8000 วินาที ชุดชัตเตอร์ทนทานต่อการใช้งานได้ถึง 150,000 ครั้ง

ระบบถ่ายภาพ Video ของ Nikon D7500 เป็นระบบ 4K ก้าวหน้ากว่าของ D7200 ที่เป็นระบบ Full HD แต่ใน D7500 ก็สามารถตั้ง Full HD ได้เช่นกัน ที่สำคัญก็คือ ระบบถ่ายภาพวิดีโอของ Nikon D7500 ได้เพิ่มระบบลดภาพสั่นไหวแบบอิเล็คทรอนิคส์ มาพร้อมใช้งาน เมื่อถ่ายภาพยนตร์โดยใช้มือถือกล้องในโหมด Full HD หรือ HD ฟังก์ชันลดภาพสั่นไหวแบบอิเล็คทรอนิกส์* ของกล้อง D7500 จะลดผลกระทบจากการสั่นของกล้องในทิศทางแนวนอน แนวตั้ง และหมุนวน (กึ่งกลางของเลนส์) การถ่ายฟุตเทจที่ดูราบรื่นจึงง่ายดายยิ่งขึ้นในสถานการณ์ที่คุณไม่สามารถใช้ขาตั้งกล้องได้ หรือเมื่อใช้เลนส์ทางยาวโฟกัสเดี่ยวโดยไม่มี VR แบบออฟติค ยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับเทคโนโลยี VR แบบออฟติคของ NIKKOR ก็จะยิ่งเห็นประโยชน์ได้ชัดเจน

นอกจากนี้ Nikon D7500 ยังมีระบบ Time-Lapse movie ให้สามารถสรรสร้างการถ่ายภาพยนตร์ แบบ Time-Lapse ให้ใช้งานอีกด้วย พร้อมด้วยระบบถ่ายภาพแบบ Interval และ ระบบถ่ายภาพซ้อนให้พร้อมใช้งาน

ระบบ Wi-Fi สำหรับ Nikon D7500 ได้นำระบบ low energy Bluetooth Snap Bridge ของ Nikon D500 มาบรรจุให้ใช้งานได้แล้วในกล้องรุ่นนี้

ทดลองใช้งานกับ Nikon D7500

การทดสอบกับกล้องรุ่นนี้ หนึ่งในผู้ทำการทดสอบก็คือ สมโภช แตงไทย ได้ทำการทดสอบการใช้กล้องที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทดสอบถ่ายภาพสัตว์ป่าเช่น กวาง และ นก ด้วยการตั้งระบบ ISO เป็นระบบ ISO Auto ให้ความไวแสงในการถ่ายภาพเป็นแบบอัตโนมัติ ตั้งระบบถ่ายภาพเป็น S หรือ Shutter Priority AE ใช้ความไวชัตเตอร์ประมาณ 1/500 วินาที เพื่อดูขนาด ISO ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งตั้งระบบ Picture Control เป็นแบบ Auto Picture Control

ส่วนผมได้ทดสอบระบบโฟกัสของกล้อง การถ่ายภาพต่อเนื่อง ด้วยการถ่ายภาพการแข่งวิ่งควายคราดนา ที่มีความเร็วของการแข่งขันสูง ดูความแม่นยำ รวดเร็ว ของระบบโฟกัส และ ระบบโฟกัสติดตามวัตถุ นอกจากนี้ยังทดสอบการถ่ายภาพทั่วไปและทดสอบเรื่อง Noise ที่ความไวแสงต่างๆ เพื่อดูความไวแสงสูงที่เหมาะสมกับการใช้งานของกล้องรุ่นนี้

ผลของการใช้งาน

จากภาพถ่ายจำนวนมากมาย นำมาวิเคราะห์ถึงสมรรถนะของกล้อง Nikon D7500 ผลของการใช้งานสามารถสรุปผลได้ดังนี้

ในเรื่องของรูปร่างลักษณะของกล้อง พบว่า กล้องรุ่นนี้ได้รับการออกแบบมาเหมาะมือ น้ำหนักไม่สูงเกินไป การวางตำแหน่งปุ่มปรับตั้งการใช้งาน วางตำแหน่งได้คุ้นมือ ปรับตั้งได้สะดวก จอแบบพับปรับองศาได้ สะดวกสำหรับการถ่ายภาพทั้งมุมต่ำและมุมสูง เมนู คุ้นเคยดีไม่ยากนักสำหรับการศึกษาใช้งาน ที่สะดวกมากขึ้นคือ สามารถแปลงไฟล์ภาพ RAW จำนวนมากๆ ได้จากกล้องได้ทันที

สำหรับการตั้งค่าความไวแสง Auto ISO และตั้งค่า Auto Picture Control ถ่ายภาพ พบว่าให้ความสะดวกดีมาก แม้ในสภาพแสงที่ต้องใช้ความไวชัตเตอร์สูงๆ ที่ 1/500 วินาที ค่าความไวแสงวิ่งไปถึง ISO 3200 ภาพถ่ายที่ได้ก็ยังมีความคมชัดดี Noise ต่ำ แต่พบว่าเมื่อความไวแสงวิ่งไปถึง ISO 6400 แม้ Noise จะดูต่ำ แต่ถ้าถ่ายภาพวัตถุที่มีรายละเอียดสูง เช่นนก การเก็บรายละเอียดจะลดลง ในเรื่องของสีสัน ระบบ Auto Picture Control ปรับสีให้เหมาะกับงานถ่ายภาพได้แม่นยำดี

ในเรื่องความเร็วในการโฟกัสภาพ Nikon D7500 ทำงานได้ดีมากเรียกว่าขนาดน้องๆ Nikon D500 เลยทีเดียว ไม่มีกั๊กเทคโนโลยี นำมาใส่ในกล้องรุ่นนี้ให้ใช้งานอย่างเต็มๆ กันเลยทีเดียว 

ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่อง  8 ภาพต่อวินาที ถ่ายได้เต็มที่ Buffer จัดเต็ม ถ้าตั้ง JPEG ถ่ายกันเกือบร้อยภาพไม่มีสะดุดจาก Buffer เต็ม (สามารถถ่ายต่อเนื่องได้ถึง 100 ภาพ) ระบบโฟกัสติดตามวัตถุทำงานได้แม่นยำดี 

ในเรื่องของสัญญาณรบกวน Noise จากการทดสอบถ่ายภาพที่ความไวแสงต่างๆ ตั้งแต่ ISO 100-51200 จนถึง H-5 เมื่อนำภาพถ่ายมาพิจารณาพบว่า 

ที่ความไวแสง ISO 100-800 คุณภาพของภาพถ่ายดีมาก แทบไม่พบสัญญาณรบกวนเลย 

ที่ความไวแสง ISO 1600-3200 คุณภาพของภาพถ่ายยังถือได้ว่าดีเหมือนกัน สัญญาณรบกวนต่ำ ใช้งานได้อย่างสบายใจไม่ต้องกังวลเลยทีเดียว 

ที่ความไวแสง ISO 6400-12800 คุณภาพของภาพถ่าย น่าจะยังถือว่าค่อนข้างดีพอใช้ แม้ว่าจะมีสัญญาณรบกวนเพิ่มให้เห็น การเก็บรายละเอียดในภาพถ่ายลดลงตามลำดับ ผมถือว่าพอใช้ได้ในยามจำเป็น

ที่ความไวแสง ISO 25600-51200 คุณภาพของภาพถ่าย  ถือว่าพอใช้ได้ สัญญาณรบกวนสูง การเก็บรายละเอียดในภาพลดลงมากตามลำดับ ถ้าจะใช้งานขอถือว่าเป็นทางเลือกสุดท้ายดีกว่า ภาพใช้ขนาดเล็กพอไหว ถ้าขยายภาพใหญ่ สัญญาณรบกวนมาก การเก็บรายละเอียดลดลงมาก

ที่ความไวแสง H-1-H-5 ในความเห็นแล้ว ยังไม่เหมาะกับการใช้งาน คุณภาพรูปต่ำมาก การเก็บรายละเอียดต่ำมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตั้งแต่ H-3 ถึง H-5 การเก็บรายละเอียดต่ำมากๆ เลยทีเดียว

ในเรื่องสีสันของภาพถ่าย พบว่า ภาพถ่ายที่ ISO 100-51200 สีสันสดใสคงที่ แม้ที่ H-1 แต่ที่ H-2 สีเริ่มเพี้ยน ที่ H-3-H-5 สีจะเพี้ยนมากขึ้นตามลำดับ

บทสรุป

อย่างที่บอกไว้แต่ต้น Nikon จัดมาเต็มครับสำหรับกล้อง Nikon D7500 ตั้งแต่ระบบโฟกัสที่รวดเร็ว ติดตามวัตถุได้แม่นยำดี ถ่ายต่อเนื่องได้ถึง 8 ภาพต่อวินาที ติดต่อกันได้ยาวนาน ด้วย Buffer ที่มากกว่าเก่า Image processor EXPEED 5 ประมวลผลได้รวดเร็วแม่นยำดีมาก ผมไม่ได้หวังในเรื่องความไวแสงที่สูงมากถึง ขนาด ISO เป็นล้านละครับ แค่ที่ทดสอบแล้ว จาก ISO 100 ถึง 6400 ที่มี Noise ต่ำ ก็ OK แล้วครับ แถมมี ISO 12800 ที่ใช้งาน ในยามจำเป็นที่ Noise พอรับได้ ถ้าจะให้แนะนำ ที่ ISO ตั้งแต่ 21500-51200 การเก็บรายละเอียดจะลดลงมาก 

อย่างไรก็ตามสำหรับกล้องรุ่นนี้ผมถือว่า มีฟังก์ชั่นระดับโปรให้ใช้งานได้ครบเครื่องเลยทีเดียว อาจจะเสียดายสักหน่อยตรงที่กล้องมีเวลาอยู่กับเราน้อยไปหน่อย ยังไม่ได้ทดสอบในเรื่องการถ่ายภาพ Video 4K และ Time Lapse movie ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่น่าใช้งาน และคุ้มค่าครับสำหรับกล้องรุ่นนี้