เรื่อง+ภาพ : ISO 9000…

บทความนี้มาจาก Camerart Magazine ฉบับ 240/2017 September

เมื่อเอ่ยถึงชื่อของกล้อง Leica นักถ่ายภาพ และนักเล่นกล้องหลายต่อหลายท่านต่างก็ใฝ่ฝันในการที่จะได้เป็นเจ้าของ และหลายก็มีอีกหลายๆ ท่านที่ภาคภูมิใจกับการได้เป็นเจ้าของกล้องที่มีราคาแพงลิ่ว หลายๆ ท่านก็อดที่จะคุยถึงคุณภาพอันยอดเยี่ยมเหนือชั้น และเช่นกัน ก็ยังมีนักเลงกล้องอีกมากที่ยกย่องคุณภาพของกล้อง Leica อย่างเลอเลิศ ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยมีโอกาสสัมผัสกับมันเสียด้วยซ้ำ

แล้วอะไรละที่ทำให้กล้อง Leica เป็นกล้องระดับ Classic สุดยอดไปได้ในความรู้สึกของช่างภาพ และนักเลงเล่นกล้องสะสม

จากสภาพปัจจุบัน ที่กล้องถ่ายภาพพัฒนาจากยุคของกล้องฟิล์มก้าวเข้าสู่ยุคการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล วันนี้กล่าวได้ว่า กล้องถ่ายภาพชั้นนำจากญี่ปุ่นเป็นผู้ครอบครองตลาดของกล้องถ่ายภาพในโลก แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงรักษาความโดดเด่นเป็นสง่าในสายตาของนักถ่ายภาพ จนอาจกล่าวได้ว่า Leica เป็นตระกูลกล้องจากค่ายยุโรปที่มีอายุยืนยาวมากว่า 90 ปี (สายการผลิตอย่างเป็นทางการของ Leica เริ่มในปี 1925) และยังคงมีสายการผลิตอย่างต่อเนื่อง แข่งขันกับกล้องของญี่ปุ่นอยู่อย่างสมศักดิ์ศรีของกล้องระดับ Classic ลองมาดู ตำนานของกล้อง Leica และบางทีท่านอาจจะรัก Leica มากกว่าที่ท่านคิดอยู่ในขณะนี้

UR-CAMERA

กำเนิดกล้อง Leica  

จุดเริ่มต้นของตำนานกล้อง Leica อันลือชื่อ คงจะไม่มีปรากฏขึ้นในโลกนี้ ถ้าไม่มี อีไมล์ เมอ คัว (Emile Me Chau) นักวิทยาศาสตร์จากโรงงาน Zeiss Jena ซึ่งมีอันต้องเปลี่ยนที่ทำงานโยกย้ายมาอยู่กับโรงงาน Leitz Wetzler (ไลทซ์ เวทซ์ลาร์)  ซึ่งเป็นคู่แข่งรายสำคัญของ Zeiss Jena ในเวลานั้น

การที่ อีไมล์ เมอ คัว มาร่วมงานกับ Leitz Wetzlar …อีไมล์ ไม่ได้มาตัวเปล่าแต่อย่างเดียว แต่…อีไมล์ ยังแถมพกด้วยการลากเอาบุคคลสำคัญอีกผู้หนึ่งให้มาเป็นปรปักษ์กับ Zeiss Jena ด้วย และ…เขาคนนั้น ก็คือผู้ที่ต่อมาได้สร้างประวัติศาสตร์ที่ลือลั่นให้กับวงการผลิตกล้องถ่ายภาพ และ พลิกโฉมหน้าของวงการถ่ายภาพ เขาผู้นี้เป็นผู้ให้กำเนิดกล้อง Leica ในเวลาต่อมา

ออสการ์ บาร์แนค…คือ วิศวกรที่เรากล่าวถึง เป็นผู้ที่เข้ามาร่วมงานในโรงงานของ Leitz Wetzlar ในฐานะเริ่มต้นเป็นเพียงพนักงานทดลองงาน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้เนื่องจากเขาเป็นวิศวกรที่มีปัญหาในเรื่องของสุขภาพ ไม่สามารถทำงานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่จะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ดวงของ บาร์แนค เกิดมาสมพงศ์กับ เอิร์นสท์ ไลทซ์ ที่ 2 (Ernst Leitz II) ซึ่งขณะนั้น ดำรงตำแหน่งนายใหญ่ แห่ง ไลทซ์ เวทซ์ลาร์ ดังนั้น บาร์แนค ผู้สงบเสงี่ยมจึงได้เข้ามาร่วมงานกับ ไลทซ์ อย่างเต็มภาคภูมิ โดยที่มิตรภาพระหว่าง เอิร์นสท์ ไลทซ์ ที่ 2 และ ตัวเขาเองก็งอกเงยขึ้นเป็นลำดับ

ออสการ์ บาร์แนค

เมือง Wetzlar

โดยนิสัยของ ออสการ์ บาร์แนค ส่วนตัวแล้ว เป็นคนชอบท่องเที่ยว และชอบถ่ายภาพตลอดการเดินทาง แต่…การนำกล้องถ่ายภาพพร้อมขาตั้งกล้อง และกระจกฉาบเคมีไวแสง… เพื่อใช้ในการถ่ายภาพ ทำให้ ออสการ์ บาร์แนคต้องแบกภาระน้ำหนักมากเกินไป และกระจกก็เป็นวัสดุที่แตกหักง่าย ขาดความสะดวกในการใช้งาน บาร์แนค ได้พยายามทดลองที่จะสร้างกล้องถ่ายภาพขนาดเล็กเพื่อความสะดวก แต่จนแล้วจนรอด…ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จสักที…

ครั้งหนึ่ง อีไมล์ เมอ คัวได้รับหน้าที่ในโครงการพัฒนาด้านภาพยนตร์ (Cinematography) เพื่อใช้ร่วมกับกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งในขณะนั้น Leitz กับ Zeiss กำลังขับเคี่ยวแข่งขันกันอยู่ ออสการ์ บาร์แนค ก็ได้มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับโครงการนี้ด้วย และเนื่องด้วยโครงการพัฒนากล้องถ่ายภาพยนตร์ดังกล่าวนี้เอง ที่เปิดโอกาสอันสำคัญให้ บาร์แนค ได้สร้างกล้องถ่ายภาพในฝันของเขา สาเหตุเพราะว่า…ความไม่แน่นอนของเครื่องวัดแสงในสมัยก่อนปี 1914 และความไม่มีมาตรฐานของฟิล์มภาพยนตร์ เป็นเหตุให้มีความสิ้นเปลืองฟิล์มเป็นจำนวนมากในการถ่ายภาพยนตร์

ออสการ์ บาร์แนค ได้ใช้โอกาสนี้ พัฒนาสร้างกล้องถ่ายภาพขนาดเล็กขึ้นมา โดยใช้ฟิล์มภาพยนตร์สำหรับการถ่ายภาพ ขนาดของภาพ 18x24 มม. เพื่อใช้ทดสอบขนาดรูรับแสงที่พอเหมาะกับสภาพดินฟ้าอากาศ…โดยใช้เป็นเครื่องมือส่วนตัว…เมื่อเขาได้ทดลองถ่ายภาพแล้วล้างฟิล์ม ผลการทดสอบขนาดรูรับแสงเพื่อใช้ในงานถ่ายภาพยนตร์เป็นที่น่าพอใจ

แต่…เมื่อเขานำฟิล์มที่ล้างแล้ว…ไปอัดขยายภาพ…ผลที่ได้ก็คือ…ภาพขาดความคมชัด…สาเหตุสำคัญ…เขาพบว่า…เนื่องมาจากเลนส์ที่ใช้ขาดความเหมาะสม และขนาดฟิล์มเล็กไป…อีกประการหนึ่ง ฟิล์มภาพยนตร์ในขณะนั้นมีเกรนที่หยาบเกินไป

ดังนั้น บาร์แนค จึงได้สร้างกล้องขึ้นมาใหม่ ขยายขนาดภาพของฟิล์ม เป็นขนาด 24x36 มม. ซึ่งจากการทดลอง และปรับปรุงครั้งนี้ สามารถ่ายภาพ และขยายภาพได้ถึงขนาด 3x5 นิ้ว ที่ชัดเจนขึ้น 

โดยความเป็นจริงแล้ว ความคิดที่จะใช้ฟิล์มถ่ายภาพยนตร์มาถ่ายภาพนิ่งนั้น ไม่ใช่ความคิดใหม่ ก่อนหน้านี้มีผู้คิดและผลิตกล้องถ่ายภาพโดยใช้ฟิล์มภาพยนตร์มาถ่ายภาพแล้ว แต่กล้องที่ บาร์แนค สร้างขึ้นมานี้สมบูรณ์ และเหมาะสมกับการใช้งานได้มากกว่า

กล้องที่ ออสการ์ บาร์แนค สร้างตัวนี้เอง คือ กล้องปฐมแบบของกล้อง Leica 35 มม. อันลือลั่นสนั่นยุทธจักรการถ่ายภาพในเวลาต่อมา ในปัจจุบันนี้ กล้องตัวนี้ ถูกเรียกว่า…UR-CAMERA หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า…กล้องโบราณ…คำว่า… UR…มาจากภาษาเยอรมันว่า Urbild …แปลว่า ปฐมแบบ (Prototype)

บาร์แนค ได้ใช้เวลาในการประดิษฐ์กล้องตัวนี้ นอกเวลาทำงาน ในปี 1913 กล้องตัวนี้นับเป็น UR-CAMERA หมายเลข 1 และเป็นที่แน่นอนว่า บาร์แนค…ได้ประดิษฐ์กล้องในลักษณะเดียวกันนี้อีกหนึ่งตัว เป็น…UR-CAMERA หมายเลข 2 ตามคำร่ำลือว่าบาร์แนค ได้มอบกล้อง UR CAMERA หมายเลข 2 นี้ให้กับ เอิร์นสท์ ไลทซ์ ที่ 2 นายของเขาเอง

ปัจจุบัน…กล้องทั้ง 2 ตัวนี้ ตัวหนึ่งเก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของโรงงาน Leitz ในเยอรมันนี ที่เมือง Wetzlar …สำหรับกล้องอีกตัวหนึ่ง ถูกขายทอดตลาดในพิพิธภัณฑ์มิวนิค ภายหลังที่เยอรมันแพ้สงคราม และ  เข้าใจกันว่า คงถูกรักษาไว้โดยนักสะสมกล้องที่ไม่ต้องการเปิดเผย

โดยความเป็นจริง ออสการ์ บาร์แนค ตั้งใจจะประดิษฐ์กล้องนี้ขึ้นมาเป็นสมบัติส่วนตัว ซึ่งก็แปลว่า… มันไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ของโรงงาน Leitz แต่ถึงกระนั้น…ในปี 1918 โรงงาน Leitz ก็มองเห็น และต้องการที่จะให้มันอยู่ในสายงานการผลิตของ Leitz

การถือกำเนิดของ UR -CAMERA ไม่ว่าจะในแง่เป็นเครื่องมือทดสอบสภาวะของแสง หรือในแง่ของการถ่ายภาพก็ตาม มันได้ส่งมนต์เสน่ห์ให้แก่ เอิร์นสท์ ไลทซ์ ที่ 2 ที่สนใจในการพัฒนาสายการผลิตกล้องของ Leitz

แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง มันไม่ง่ายเหมือนขายขนม ในวันที่ 12 มิถุนายน 1914 Leitz ได้นำกล้อง UR-CAMERA เข้าทำการจดลิขสิทธิ์ภายใต้ชื่อที่ ออสการ์ บาร์แนค ต้องการ คือ “Lilliput” (Lilliput เป็นชื่อเมืองคนแคระ ในนิยายฝรั่ง เรื่อง Gulliver ‘s Travel) แต่…ชื่อนี้ได้มีการขอจดลิขสิทธิ์ไว้เรียบร้อยแล้วสำหรับกล้องรุ่นหนึ่งของ Ernemann ย้อนหลังไปเมื่อปี 1891 ประจวบกับรูปลักษณะนั้นไปใกล้เคียงกับกล้อง PALMOS ซึ่งผลิตโดย Zeiss ที่ได้ลิขสิทธิ์ไปเมื่อปี 1901 กฎหมายลิขสิทธิ์เยอรมันนั้นปกป้องไว้ถึง 25 ปี ทำได้ดีที่สุดในขณะนั้นก็คือ ขอเป็นแค่ DRGM ซึ่งหมายถึงลิขสิทธิ์ที่ลอยแขวนรอวันเวลาอยู่ (Pending Patent) 

และแล้ว…ฝันที่เป็นจริงก็ปรากฏขึ้นในปี 1925 เมื่อ Leica ได้ปรากฏตัวในตลาด  และปีถัดมา Leica ก็ประสบความสำเร็จในการจดลิขสิทธิ์ แม้ว่า PALMOS ซึ่งได้ลิขสิทธิ์ไปในปี 1901 ได้ชะลอการเกิดของ Leica แต่ PALMOS ก็ยังไม่สามารถสร้างความสำเร็จในแง่การค้าได้

อาจกล่าวได้ว่า Leica นั้น เริ่มนับปีเกิดในปี 1925 แต่…ต่อจากนี้ คือ การเจริญเติบโตที่พลิกโฉมยุทธ์จักรของกล้องถ่ายภาพในวงการถ่ายภาพเลยทีเดียว หลังจากที่ทุลักทุเลอยู่นานถึง 10 ปี 

ที่กล่าวมาตั้งแต่ต้น จะเห็นได้ว่า นี่เป็นเพียง ปฐมบทของกล้อง Leica อันลือลั่น มนต์เสน่ห์ของ Leica ยังมีต่อเนื่องมาจนถึงเวลานี้… สิ่งเร้าใจที่ทำให้นักถ่ายภาพในยุคต่อมาใฝ่ฝันถึง Leica ยังมีมาให้ชมต่อครับ…อยากบอกว่า…รูปแบบของกล้อง Leica ในอดีต…คือรูปแบบที่ถูกเลียนแบบมากที่สุดในโลกเลยทีเดียว…

Leica I

ด้านหน้า และ ด้านหลัง ของ UR-CAMERA

ภาพ เอิร์นสท์ ไลทซ์ และ ออสการ์ บาร์แนค ถ่ายด้วย UR-CAMERA

ภาพถ่ายท่องเที่ยวของ ออสการ์ บาร์แนค ถ่ายด้วย UR-CAMERA

ภาพที่ถ่ายด้วยกล้อง UR-CAMERA